*"คีรี"คาดสรุปพันธมิตรประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินปลาย ต.ค.ยัน 5 แบงก์ใหญ่พร้อมให้แบงก์การันตี 1.25 แสนลบ.

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) คาดว่า ในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้จะสามารถสรุปพันธมิตรที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยเบื้องต่นกลุ่มพันธมิตรเดิมคือ กลุ่ม BSR ซึ่งประกอบด้วย BTS, บมจ.ซิโน-ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง (RATCH) ซึ่งได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยได้ขอหนังสือเจตจำนงให้วงเงินกู้จากธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่งจำนวนเงิน 1.25 แสนล้านบาทเพื่อเตรียมยื่นข้อเสนอตามกำหนดของภาครัฐในวันที่ 12 พ.ย.นี้

สำหรับพันธมิตรที่จะเพิ่มเข้ามาน่าจะเป็นบริษัทไทย หรือทีมไทยแลนด์ เพราะเท่าที่ทราบบริษัทต่างชาติที่ซื้อซองประมูลโครงการ มีทั้งหมด 17 รายได้มีการเจรจาเป็นพันธมิตรกับกลุ่มอื่นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ยังไม่ได้แสดงความต้องการร่วมทุนกับกลุ่ม BSR แต่เชื่อว่าหากกลุ่ม BSR เป็นผู้ชนะประมูล และ PTT สนใจจะเข้าร่วมทุนภายหลังก็ยินดี เนื่องจาก PTT มีข้อจำกัดในการเข้าร่วมประมูลด้วยสถานที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้ นายคีรี กล่าวอย่างมั่นใจว่า บริษัทร่วมทุนมีความสามารถในการเข้าดำเนินการในโครงการนี้ อาทิ งานเดินรถ ซึ่ง BTS มีประสบการณ์มาก เพียงแต่อาจจะต้องเดินรถด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากเดิม ขณะที่ STEC จะรับผิดชอบในส่วนงานก่อสร้าง ส่วนการบริหารจัดการที่ดินทั้งสถานีมักกะสันและศรีราชานั้นธุรกิจในกลุ่ม BTS คือ บมจ.ยูซิตี้ (U) และพันนธมิตรอย่าง บมจ.แสนสิริ (SIRI) สามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ กลุ่ม BSR จะยื่นข้อเสนอพิเศษ หรือซอง 4 เหมือนครั้งที่เคยยื่นข้อเสนอเข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูจนได้เป็นผู้ชนะ

"เรายังเตรียมอยู่ ยังเตรียมไม่เสร็จ ...โครงการนี้ทำไม่ง่าย ดูจากตัวเลขต่างๆ ดู TOR แล้วภาษาชาวบ้านเรียกว่าไม่หมู แต่เราอยู่ในธุรกิจนี้ (ธุรกิจรถไฟฟ้า) เมื่อมีโครงการนี้แล้วเราจะเข้าไปดูอย่างจริงจัง โครงการนี้ควรเป็นโครงการที่ดีเพราะเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ และ EEC ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานแรก โครงการนี้ไม่ง่ายจริงๆ แต่ว่าเมื่อดูลึกๆแล้ว ผมคิดว่าเรามีความสามารถมีความรู้การลงทุนในธุรกิจรถไฟฟ้า และจะทำให้โครงการเป็นไปได้ ถ้าชนะดูว่าจะมีอะไรที่ติดขัดไหม หรือราบรื่น สิทธิใน TOR ได้หมดไหม ความเข้าใจใน TOR เรายังมีคำถามที่จะไปเคลียร์ ย้ำอีกครั้งว่าโครงการนี้อยู่ในอาชีพของเรา"นายคีรี กล่าว

นายคีรี กล่าวยอมรับว่า กองทุนต่างๆหรือผู้จัดการกองทุนต่างๆ ที่เป็นผู้ถือหุ้นกำลังกังวลกับโครงการนี้เพราะโครงการนี้มีมูลค่าสูงเกิน 2 แสนล้านบาท แต่ขอให้มั่นใจ เพราะบริษัทรู้จักธุรกิจนี้ดี

ส่วนข้อสงสัยใน TOR อาทิ การจ่ายเงินค่าเช่าที่กำหนดให้ระยะเวลาจ่าย 50 ปี นั้นนายคีรี เห็นว่า น่าจะใช้ระยะเวลาสั้นกว่านี้ในการจ่าย เพราะจะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มเข้ามาเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ BTS จะต้องเร่งศึกษารายละเอียดของ TOR ให้เข้าใจทุกประเด็นก่อน โดยเตรียมสอบถามรายละเอียดไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในเร็ว ๆ นี้

นายคีรี กล่าวว่า BTS ยังสนใจการเข้าร่วมโครงการระบบรางในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น เป็นต้น แต่ต้องขอรอดู TOR ก่อน รวมทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางอื่นด้วย อาทิ กรุงเทพ-หัวหิน เพราะโครงการระบบรางถือเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทต้องดำเนินการและขยายกิจการต่อไป

"เรื่องการลงทุนเกี่ยวกับระบบราง BTS ถือเป็นหน้าทีของเราในการทำรถไฟฟ้า ต้องรอดู TOR ทั้งในภูเก็ต เชียงใหม่...ตอนนี้บริษัทมีความมั่นใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน โดย บีทีเอส กรุ๊ปฯ ได้รับความเชื่อมั่นราคาแหล่งเงินสถาบันการเงินในและต่างประเทศ ดังนั้นในการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงก็ใช้เงินทุนไม่น้อย ถ้าไม่สนใจจริงก็ไม่ดูให้เสียเวลา"นายคีรีกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งงบวงเงินประมาณ 135 ล้านบาท ในการเข้าไปเตรียมความพร้อมในการร่วมเข้าประมูลโครงการดังกล่าว ได้แก่ ค่าว่าจ้างที่ปรึกษา และการเตรียมเอกสารต่างๆ

ประธานกรรมการบริหาร BTS กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายทั้งรายได้และกำไรจะเติบโตปีละ 25% ในช่วง 5 ปี (เริ่มงวดปี 60/61 สิ้นสุดเดือน มี.ค.61) โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจรถไฟฟ้า สัดส่วน 65% และ บมจ.วีจีไอ โกลบอล มีเดีย (VG) มีสัดส่วน 35% และคาดว่ารายได้จาก VGI จะเติบโตมากกว่านี้

ส่วนการตั้งโรงงานประกอบตัวรถไฟฟ้านั้น นายคีรี กล่าวว่า การลงทุนต้องดูความต้องการรถไฟฟ้ามีต่อเนื่องไหม แม้ว่าจะทำได้ง่าย แต่หากไม่มีความต้องการต่อเนื่อง แต่หากมีตัวเลขความต้องการมาก BTS ก็สนใจที่จะเข้าร่วมลงทุน





Symbol: BTS