ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.71/73 แนวโน้มแข็งค่า มองกรอบวันนี้ 32.68-32.78 ตลาดรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.71/73 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่า
จากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.78 บาท/ดอลลาร์
          ระหว่างวันยังไม่มีปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทมากนัก แต่อย่างไรก็ดี คืนนี้ต้องติดตามการ
ประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐฯ รายสัปดาห์ ซึ่งตลาดกังวลว่าตัวเลขรอบนี้อาจจะออกมาไม่ดีนัก และน่าจะ
ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าได้ จึงทำให้ทิศทางเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าได้ต่อ
          "คงต้องรอดูตัวเลข Jobless claim ของสหรัฐคืนนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะออกมาไม่ค่อยดี และจะกดดันให้ดอลลาร์อ่อน
ค่า รวมทั้งติดตามกรณี Brexit ด้วย" นักบริหารเงินระบุ
          นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.68-32.78 บาท/ดอลลาร์
          THAI BAHT FIX 3M (12 ธ.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.43942% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.50464%
           
          * ปัจจัยสำคัญ

          - เงินเยนอยู่ที่ระดับ 113.41 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 113.44 เยน/ดอลลาร์
          - เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1367 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1332 ดอลลาร์/ยูโร
          - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.7690 บาท/
ดอลลาร์
          - แบงก์กรุงเทพชี้จีนทยอยลงทุนเพิ่ม เผยกลุยทธ์ปี 2562 เน้นส่งเสริมการค้าลงทุนตามกลยุทธ์ศาสตร์ชาติพร้อมยกระดับดิจิทัล
          - ธนาคารกสิกรไทย ตั้งบริษัทกสิกร ไลน์ จำกัด ถือเป็นครั้งแรกของวงการธนาคารพาณิชย์ไทยกับเป้าหมายสู่การเป็น
ธนาคารระดับภูมิภาค โดยธนาคารกสิกรไทยเป็นการลงทุนผ่านบริษัทลูก คือ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท LINE ผ่าน
ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย ถือเป็นบริษัทแรกในกลุ่มบริษัทธนาคารกสิกรไทยที่ไม่ได้ถือหุ้น 100% การลงทุนดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อ
ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัล
          - บีโอไอเปิดยอดขอรับการส่งเสริมลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ม.ค.-ก.ย.2561 รวม 135 โครงการ มูลค่ากว่า 1.27 
หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 405% พร้อมอนุมัติ 'ทรู' ทุ่ม 1.58 พันล้านบาท ตั้งดิจิทัลพาร์คแห่งแรกในประเทศ สนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0
          - นักวิชาการกระทุ้งรัฐ เลิกกองทุนแอลทีเอฟไม่กระทบประชาชน แต่เอื้อประโยชน์คนรวยรับสิทธิทางภาษีมากกว่าผู้มีรายได้
น้อย
          - ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือน พ.ย. 2561 ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากคลายกังวลราคาน้ำมันมาตรการรัฐหนุน
          - กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็น
การปรับตัวที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 8 เดือน และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนต.ค.
          - ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) 
จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ทรงตัวของ
สหรัฐ 
          ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเพราะได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า นางเทเรซา เมย์ จะสามารถผ่านพ้นการลงมติไม่ไว้
วางใจจากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งจะส่งผลให้นางเมย์ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษและหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมต่อไป
          - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุล
เงินหลักๆ อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ
ที่ทรงตัวของสหรัฐ
          - ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย
สัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนธ.
ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนธ.ค.จากมาร์กิต และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนต.
ค.
          - หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า จีนกำลังเตรียมทดแทนนโยบาย "Made in China 2025" ด้วยนโยบายใหม่ที่
จะทำให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้มากขึ้น ซึ่งนโยบายใหม่นี้จะทำให้จีนลดเป้าหมายในการเป็นผู้นำในภาคการผลิต โดยคาดว่า
จีนอาจใช้นโยบายใหม่ในต้นปีหน้า ขณะที่สหรัฐและจีนจะเร่งการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน
          - ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะจัดการประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ ขณะที่ตลาดการ
เงินคาดการณ์ว่า นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB จะประกาศยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 
อย่างเป็นทางการในการประชุมวันนี้
          - นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 ธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟด
จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 4 สำหรับปีนี้ แต่จะชะลอการปรับขึ้นอัตรา
ดอกเบี้ยในปีหน้า หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ทรงตัว และการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ซบเซาในเดือนพ.ย.