กทพ.ลงนามสัญญาจ้าง CK พร้อมข้อตกลงคุณธรรม ก่อสร้างทางด่วนพระราม 3 มูลค่า 6,636 ลบ.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ลงนามสัญญาจ้างกับ บมจ. ช.การช่าง (CK) และลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก สัญญาที่ 4 มูลค่างาน 6,636 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม มีระยะเวลาดำเนินการ 1,170 วัน

นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า งานก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายนี้ แบ่งสัญญางานก่อสร้างออกเป็น 5 สัญญา คือ สัญญา 1 - 4 เป็นงานโยธา และสัญญาที่ 5 เป็นงานระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง ระบบควบคุมการจราจร และระบบสื่อสาร

โดยสัญญาที่ 4 ที่มีพิธีลงนามในวันนี้เป็นงานก่อสร้างสะพานขึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนาด 8 ช่องจราจร มีความยาวช่วงกลางสะพาน 450 เมตร และงานก่อสร้างทางพิเศษขนาด 6 ช่องจราจร โดยโครงการฯ เริ่มต้นตามแนวทางพิเศษเฉลิมมหานครช่วงสะพานพระราม ๙ (ฝั่งธนบุรี) ผ่านถนนพระรามที่ 3 สิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับบางโคล่ มีระยะทางรวมประมาณ 2 กิโลมตร

ผู้ว่าฯ กทพ. กล่าวว่า หลังจากลงนามคาดว่าจะออกหนังสือเริ่มก่อสร้างได้ในอีก 1 เดือน และอีก 1 เดือนเริ่มตอกเสาเข็ม ส่วนสัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 3 จะจะเสนอคณะกรรมการ กทพ.อนุมัติการลงนามสัญญา ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ถ้าผ่านก็คาดว่าจะลงนามได้ในเดือน ม.ค.63

ส่วนสัญญาทึ่ 2 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ โดยเรื่องอยู่ที่กรมบัญชีกลาง จึงต้องรอการพิจารณา แต่คาดหวังว่าจะไม่ติดปัญหาและเตรียมลงนามได้ สำหรับสัญญาที่ 5 ขณะนี้ได้เผยแพร่ TOR แล้ว อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ คาดว่าในเดือน ธ.ค.นี้จะเปิดขายซองประมูลได้

นายสุชาติ กล่าวว่า ทั้งโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก ได้เวนคืนแล้ว 80% เชื่อว่าจะไม่เป็นอุปสรรคในการก่อสร้าง และได้ประสานการเข้าใช้พื้นที่กับกรมทางหลวง เพื่อบริหารจัดการจราจร

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทพ.ยอมรับว่าการลงนามสัญญาไม่พร้อมกัน หรือเซ็นสัญญาทีละช่วงสัญญา จะทำให้การบริหารสัญญาทำงานยากขึ้น ซึ่งก็ต้องมาหารือกันต่อไป

ทั้งนี้ หลังลงนามสัญญาที่ 4 จะเบิกใช้เงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFF) ได้ 10% จากมูลค่างาน 6,636 ล้านบาท หรือประมาณกว่า 600 ล้านบาท จ่ายในเดือน ธ.ค.นี้

ผู้ว่าฯ กทพ. ประเมินว่าภาพรวมโครงการในขณะนี้ล่าช้าจากแผนไปกว่า 6 เดือน และคาดว่าจะลงนามสัญญาได้ครบทั้ง 5 สัญญา ภายในเดือน เม.ย.63 ซึ่งจะทำให้ กทพ.เบิกจ่ายเงินจาก TFF 10% ของมูลค่าโครงการ 3.2 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 3 พันล้านบาทได้ไม่เกินเดือน พ.ค.63

นอกจากนี้ กทพ.มีนโยบายลดค่าผ่านทาง ซึ่งจะเสนอบอร์ด กทพ.ปรับลดค่าผ่านทางให้ผู้จ่ายค่าผ่านทางโดย East Pass 10% ของ 6 ด่าน ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ขั้นที่1) และทางด่วนศรีรัช ระยะเวลา 1 เดือน ตลอดทั้งวัน จากเดิมลดในช่วง 04.00-07.00 น. เริ่มมีผล 27 ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีผู้ใช้ Easy Pass 1 แสนคัน/วัน โดยปัจจุบันมีสมาชิก 1 ล้านราย

อนึ่ง สัญญาที่ 1 ระยะทาง 6.4 กม. เอกชนผู้เสนอราคาต่ำสุด คือ กิจการร่วมค้า CNA ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ไชนา สเตท คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอปอเรชั่น จำกัด, บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) และ บริษัท เอ. เอส. แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด ยื่นข้อเสนอต่ำสุด 5,897 ล้านบาท

สัญญาที่ 2 ซึ่งเป็นการก่อสร้างงานโยธา ระยะทาง 5.3 กม. มีราคากลาง 7,242 ล้านบาท เอกชนที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า CTB ซึ่งประกอบด้วย China Harbour Engineering Company Limited, บริษัท ทิพากร จำกัด และบริษัท บุรีรัมย์ธงชัยก่อสร้าง จำกัด โดยยื่นข้อเสนอต่ำสุดอยู่ที่ 6,440 ล้านบาท การยื่นอุทธรณ์ผลการประมูล

สัญญาที่ 3 ระยะทาง 5 กม. เอกชนที่เสนอราคาต่ำสุด คือ กิจการร่วมค้าไชน่าเรลเวย์-ซีวิล-บุญชัย ซึ่งประกอบด้วย China Railway 11th Bureau Group Corporation, บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด และ บริษัท บุญชัยพาณิชย์ (1979) จำกัด ยื่นข้อเสนอต่ำสุด 6,098 ล้านบาท

ด้านนายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ กทพ. กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายสัมปทานทางด่วนกับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ว่า ขณะนี้คณะทำงานของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางใหม่ที่ไม่มีเงื่อนไขการลงทุนก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) จากก่อนหน้าที่ กทพ.เสนอ 2 แนวทาง คือ แนวทางแรกสู้คดีต่อไป และแนวทางที่ 2 ที่เจรจากับ BEM ให้นำคดีข้อพิพาท 17 คดี ที่มีมูลฟ้อง 1.3 แสนล้านบาท แลกกับการขยายสัญญาสัปทานออกไป 30 ปีและให้มีการลงทุน Double Deck

ทั้งนี้ การตัดสินใจเลือกแนวทางใดขึ้นกับว่ากระทรวงคมนาคมจะเสนอแนวทางใดให้กับ ครม.พิจารณา อย่างไรก็ตาม สัญญาสัมปทานใกล้จะสิ้นสุดสัญญาในเดือน ก.พ.63 หากยังไม่สามารถพิจารณาได้ทัน กทพ.จะต้องพิจารณาในช่วงที่ยังไม่รู้แนวทาง ซึ่งอาจจะจ้างบริหารต่อ แต่ระยะเวลายังไม่รู้ หรือให้ กทพ.มาทำเอง