สื่อตีข่าวการเจรจาข้อตกลง Brexit ระหว่างนายกฯอังกฤษและผู้นำ EU ใกล้ล่ม

สื่ออังกฤษพากันรายงานข่าวว่า การเจรจาข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ระหว่างนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และผู้นำของสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มที่จะประสบความล้มเหลว

ทั้งนี้ สำนักข่าว Sky News รายงานว่า นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้แจ้งต่อนายจอห์นสันว่า มีแนวโน้มอย่างมากที่ EU จะไม่รับข้อเสนอ Brexit ของนายจอห์นสัน

ส่วนสำนักข่าว BBC ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษรายหนึ่งกล่าวว่า EU ไม่ได้แสดงความสนใจต่อข้อเสนอของนายจอห์นสันแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ที่เขายื่นข้อเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ผู้นำ EU ต่างก็มีท่าทีขานรับอย่างเย็นชาต่อข้อเสนอของนายจอห์นสัน ขณะที่สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายจะพยายามบรรลุข้อตกลง Brexit ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU ในวันที่ 31 ต.ค.

นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของ EU ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ข้อเสนอ Brexit ที่นายจอห์นสันยื่นต่อ EU ยังคงมีปัญหาหลายประการที่ต้องแก้ไข

"ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้งหมดของนโยบาย backstop ซึ่งก็คือ การป้องกันไม่ให้มีการกลับไปใช้มาตรการควบคุมชายแดนไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์อย่างเข้มงวด, การรักษาไว้ซึ่งความร่วมมือระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์, การรักษาเศรษฐกิจบนเกาะไอร์แลนด์, การปกป้องระบบตลาดเดี่ยวของ EU และการให้ไอร์แลนด์ยังคงอยู่ในตลาดเดี่ยวต่อไป" แถลงการณ์ระบุ

คำกล่าวของนายยุงเกอร์สอดคล้องกับความเห็นของเจ้าหน้าที่ EU รายหนึ่งที่ว่า ข้อเสนอของนายจอห์นสันไม่สามารถดำเนินการได้ และเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ซึ่งจะยิ่งทำให้อังกฤษและ EU มีความขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้เสนอทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ทันทีที่ไอร์แลนด์เหนือแยกตัวออกจากสหภาพศุลกากร EU

ทั้งนี้ นโยบาย backstop ถือเป็นประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดในข้อตกลง Brexit โดยกลุ่มผู้สนับสนุนให้อังกฤษแยกตัวจาก EU ต่างมีความกังวลว่า การใช้นโยบาย backstop จะเป็นการผูกมัดให้อังกฤษจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ EU อย่างไม่มีกำหนด

ทางด้านนายจอห์นสันยืนกรานว่า หาก EU ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว อังกฤษก็จะไม่เจรจาเพิ่มเติม และจะออกจาก EU ตามกำหนดเดิมในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง