ราคาน้ำมัน WTI ดิ่งเกือบ 3% วิตกภาคผลิตสหรัฐ-ยุโรปถดถอย กระทบอุปสงค์น้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ดิ่งลงเกือบ 3% ในวันนี้ ขณะที่ผลการสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของสหรัฐและยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก

ณ เวลา 23.43 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX ลดลง 1.62 ดอลลาร์ หรือ 2.94% สู่ระดับ 53.48 ดอลลาร์/บาร์เรล

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค.

ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 36 เดือน

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนส.ค.

นอกจากนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนี PMI ถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ โดยคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่การจ้างงานทรงตัว

นอกจากนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนได้หดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนส.ค.

ราคาน้ำมันได้ดิ่งลงราว 20% นับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดในปีนี้ในเดือนเม.ย. ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งได้กระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน

ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากผลการสำรวจที่พบว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้เพิ่มขึ้นในเดือนส.ค.เป็นครั้งแรกในปีนี้ ขณะที่อิรักและไนจีเรียเพิ่มการผลิต แม้ว่าการผลิตน้ำมันลดลงในอิหร่าน และซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ การผลิตน้ำมันของ 14 ชาติในโอเปกอยู่ที่ระดับ 29.61 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนนี้ โดยเพิ่มขึ้น 80,000 บาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. ซึ่งมีการผลิตน้ำมันต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2557