โบรกฯเชียร์ "ซื้อ" BGC รับผลงานพ้นจุดต่ำสุด ลุ้น Q4/62 กำไรโตเด่น-บุ๊กโซลาร์ฟาร์มเวียดนามหนุน

โบรกเกอร์ แนะ"ซื้อ" หุ้น บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC) คาดผลประกอบการไตรมาส 4/62 กลับมาเติบโตโดดเด่น หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/62 เหตุเป็นโลว์ซีซั่น และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากจากอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่าปีก่อน ขณะที่ในโค้งสุดท้ายปีนี้ รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วเข้าช่วงไฮซีซั่น และอัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว พร้อมรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 74 เมกะวัตต์ (MW) ช่วยเสริมความมั่นคงของรายได้ประจำในระยะยาว

ส่วนราคาหุ้น BGC มองต่ำกว่าพื้นฐาน หลังร่วงแรงในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนจากราคาหุ้น BGC เทรดที่ Forward P/E เพียง 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 15 เท่า ทำให้เชื่อว่าตลาดจะเริ่มหันมาสนใจประเด็นบวกจากผลประกอบการคาดกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/62 เป็นต้นไป

ราคาหุ้น BGC ช่วงบ่ายอยู่ที่ 13.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.29% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย เพิ่มขึ้น 0.27%

          โบรกเกอร์                      คำแนะนำ                    ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          เคทีบี (ประเทศไทย)                ซื้อ                            16.30
          ทิสโก้                            ซื้อ                            15.30
          กสิกรไทย                         ซื้อ                            14.40

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบี(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มีมุมมองเชิงบวกกับหุ้น BGC เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 3/62 เป็นจุดต่ำสุดของปี และกำลังพลิกกลับมาเติบโตอีกครั้งในไตรมาส 4/62 คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 144% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ มีปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วเข้าช่วงไฮซีซั่น และอัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวดีขึ้น คาดปลายปีนี้แตะระดับ 87% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว

นอกจากนั้น จะรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ในประเทศเวียดนามที่เพิ่งซื้อกิจการเข้ามาในไตรมาส 3/62 กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 74 เมกะวัตต์ ช่วยเสริมความมั่นคงของรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้เป็นอย่างดีในระยะยาว

ด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหลักราคาเศษแก้วที่นำมาหลอม (Cullet) ปัจจุบันยังไม่ได้สร้างความกังวล เพราะยังทรงตัวอยู่ที่ราว 3.1-3.2 บาทต่อกิโลกรัมมาตั้งแต่ต้นปี 62 และยังไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นให้ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ขณะที่ราคาก๊าซฯมีแนวโน้มปรับตัวลงตั้งแต่ครึ่งปีหลัง คาดจะต่อเนื่องจนถึงปี 63 ตามทิศทางราคาน้ำมัน ช่วยลดความกังวลเรื่องต้นทุนการผลิตที่อาจกระทบกับอัตรากำไรขั้นต้นในระยะถัดไป

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/62 บริษัทรายงานกำไรปกติอยู่ที่ 88 ล้านบาท ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ลดลง 4% จากไตรมาสก่อนเป็นไปตามคาด เนื่องจากไตรมาส 3/62 เป็นโลว์ซีซั่น และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเกิดจากจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำกว่าปีก่อนจากการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วโมเดลใหม่ที่มากขึ้น

ฝ่ายวิจัย ประเมินว่า ภายหลังจากราคาหุ้น BGC ตลอดช่วง 1 และ 3 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวลง 13% และ 15% ตามลำดับ เป็นผลจากความไม่เชื่อมั่นผลประกอบการไตรมาส 3/62 ล่าสุดเชื่อว่าราคาหุ้นมีโอกาสกลับมา Outperform ตลาด เนื่องจากปัจจุบันราคาหุ้น BGC เทรดที่ Forward P/E เพียง 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 15 เท่า จึงเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จากเดิม "ถือ" มีราคาเป้าหมายที่ 16.30 บาท/หุ้น หลังจากคาดว่าตลาดจะเริ่มหันมาสนใจประเด็นบวกผลประกอบการคาดกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/62 เป็นต้นไป

"วันนี้หุ้น BGC กลับมามีความน่าสนใจอีกครั้งหลังจากกำไรไตรมาส 4/62 จะดีขึ้น และมีแผนขยายการลงทุนด้านต่าง ๆ ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นกับอัพไซด์ของหุ้น ขณะที่ก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวลดลงมามากจึงเป็นโอกาสเข้าซื้อลงทุน"นายมงคล กล่าว

บทวิจัยฯ บล.ทิสโก้ ยังคงแนะนำ"ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท/หุ้น เนื่องจากคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/62 จะกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน หลังเข้าสู่ไฮซีซั่น และคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากลูกค้า คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 63 ตามประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น หนุนอัตรากำไรขั้นต้นของ BGC น่าจะผ่านจุดที่ต่ำไปแล้ว ขณะที่การลงทุนในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มยังช่วยหนุนอัตรากำไรสุทธิสูงขึ้น

แนวโน้มตลาดส่งออกของ BGC ยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี ปัจจุบันมีสัดส่วน 9% ของยอดขายทั้งหมด BGC คาดจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10% ในปี 62 และเพิ่มเป็น 20% ในปี 63 จากการขยายตลาดและลูกค้าต่อเนื่อง ขณะที่แผนการขยายเข้าสู่ธุรกิจที่มีกำไรสูง หลังเข้าซื้อกิจการโซลาร์ฟาร์มในประเทศเวียดนามช่วยเพิ่มอัตรากำไรโดยรวม และ BGC ยังมีแผนซื้อกิจการ (M&A) เพิ่มเติมอีกในอนาคต

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ โดยมุมมองของ Valuation พบว่าก่อนหน้านี้หุ้น BGC ปรับตัวลดลง สะท้อนผลประกอบการที่อ่อนแอไตรมาส 3/62 ไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 4/62 รวมถึงต้นปี 63 จะพลิกกลับมาดีขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนั้น ได้รับอานิสงส์จากต้นทุนราคาก๊าซฯที่ลดลงหลังจากปัจจุบันราคาน้ำมันเตาที่มีกำมะถันสูง (HSFO) ราคาร่วงแรงเนื่องจากกองเรือเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตาที่มีกำมะถันต่ำก่อนที่มาตรการใหม่ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 63 เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ บล.กสิกรไทย เชื่อว่ากำไรไตรมาส 3/62 ได้แตะจุดต่ำไปแล้ว และคาดว่ากำไรไตรมาส 4/62 จะปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นรวมถึงโครงการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้ระบบอัตโนมัติและแผนการทำสัญญาการผลิตและเทรดดิ้งใหม่ในปี 63 จะสร้างอัพไซด์ต่อการเติบโตของกำไรในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า เลือกหุ้น BGC เป็นหนึ่งใน Top Picks ของหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50-SET100 โดยในรอบนี้หุ้นที่คาดเข้า SET100 มี 5 บริษัท คือ WHAUP, THG, TQM, STPI, BGC และหุ้นที่คาดว่าจะหลุด SET100 รอบนี้ 5 บริษัท คือ BPP, DELTA, TPIPP, PSH, BLAND เป็นต้น