นักลงทุนคาดมีโอกาสเกือบ 100% เฟดลดดบ.เดือนหน้า หลัง"ทรัมป์"ขู่รีดภาษีจีน,ศก.สหรัฐซบเซา

ตลาดการเงินเพิ่มคาดการณ์สู่ระดับเกือบ 100% ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนครั้งใหม่ รวมทั้งมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสถึง 95.8% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. จากระดับไม่ถึง 50% เมื่อวันพุธ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ เป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ โดยมีแนวโน้ม 68.9% จากเดิมที่ระดับ 39%

ทางด้านนักวิเคราะห์ระบุเช่นกันว่า การที่ปธน.ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ จะเป็นปัจจัยทำให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่เฟดคาดการณ์ไว้ เพื่อปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการค้า

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความวานนี้ ระบุว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย.

นายเบรตต์ ไรอัน นักวิเคราะห์จากดอยซ์แบงก์ ระบุว่า การประกาศของปธน.ทรัมป์ได้เพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวมมากกว่า 0.75% ในปีนี้

ส่วนนายลู เบรียน นักวิเคราะห์จากดีอาร์ดับเบิลยู โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า หากปัญหาทางการค้าได้ลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าเต็มรูปแบบ เฟดก็คงไม่สามารถรักษาแผนการเดิมที่จะจำกัดการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหม่ของเฟดจะไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงการปรับนโยบายในช่วงกลางวัฏจักร แต่จะมีความจำเป็นในการป้องกันการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 51.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559 จากระดับ 51.7 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.0

ทางด้านไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.6 ในเดือนมิ.ย.

ดัชนี PMI ได้รับผลกระทบจากการที่ภาคธุรกิจลดการจ้างงานเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2556 ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่หดตัวเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน ส่วนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวลงเช่นกัน

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐดิ่งลง 1.3% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนพ.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิ.ย.

เมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐลดลง 2.1% ในเดือนมิ.ย.

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 214,000 ราย