ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 200 จุด ร่วงวันที่ 3 หลังเผยตัวเลขคนว่างงานสูงเกินคาด

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 200 จุดในวันนี้ โดยปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 หลังการเปิดเผยตัวเลขคนว่างงานในสหรัฐที่สูงเกินคาด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวและสภาคองเกรสในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ณ เวลา 20.48 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 28,270.36 จุด ลบ 243.64 จุด หรือ 0.86%

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 898,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 830,000 ราย หลังจากอยู่ที่ระดับ 845,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกต่ำกว่าระดับ 1 ล้านรายเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน หลังจากพุ่งเหนือระดับ 1 ล้านรายเป็นเวลานาน 5 เดือน นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเดือนมี.ค.

ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกได้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์แตะระดับ 6.867 ล้านรายในช่วงปลายเดือนมี.ค. โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ภาคธุรกิจปิดกิจการ และมีการปลดพนักงานจำนวนมาก

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยอมรับว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ขณะที่พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงมีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงวงเงินในมาตรการดังกล่าว

ทางด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว โดยระบุว่า วงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19 ขณะที่พรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และบริษัท Eli Lilly & Co ประกาศระงับการรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคโควิด-19 เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากดีดตัวขึ้น 1.0% ในเดือนส.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าลดลง 1.1% ในเดือนก.ย. หลังจากลดลง 1.4% ในเดือนส.ค.

ดัชนีราคานำเข้าได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารและรถยนต์

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนส.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคาส่งออกลดลง 1.8% หลังจากดิ่งลง 2.7% ในเดือนส.ค.