มาเลเซียสั่งฟ้อง "ท็อป โกลฟ" หลังพบที่พักพนักงานเป็นแหล่งแพร่โควิด

รัฐบาลมาเลเซียเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทท็อป โกลฟ คอร์ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดของโลก หลังพบว่าที่พักของพนักงานไม่ถูกสุขลักษณะจนเป็นสาเหตุทำให้พนักงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก

ผลการตรวจล่าสุดเมื่อวานนี้ พบว่าพนักงานของท็อป โกลฟ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 3,406 ราย

ทั้งนี้ กรมแรงงาน ซึ่งขึ้นต่อกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ ได้เข้าทำการตรวจสอบที่พักของพนักงานซึ่งบริษัทท็อป โกลฟ จัดเตรียมให้ ซึ่งหลังจากการตรวจสอบที่พักพนักงานใน 5 รัฐของมาเลเซีย ทางกรมแรงงานก็ได้เสนอให้มีการฟ้องร้องบริษัท เนื่องจากพบว่าที่พักมีความแออัดเกินไป ไม่มีระบบระบายอากาศที่ดี และไม่มีพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการปรุงอาหาร

นอกจากนี้ ทางกรมแรงงานต้องการสร้างความมั่นใจว่าที่พักของพนักงานจะไม่กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค รวมทั้งรัฐบาลต้องการหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาว่ามีการใช้แรงงานทาส หลังจากที่เมื่อเดือนต.ค. สหรัฐได้ขึ้นบัญชีดำถุงมือยางที่ผลิตจากมาเลเซียว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากแรงงานทาส

ทางด้านท็อป โกลฟระบุว่า ทางบริษัทจะทำการปรับปรุงที่พักพนักงานให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้

ก่อนหน้านี้ นายนูร์ ฮิแชม อับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมอนามัยของมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลได้สั่งให้มีการทยอยปิดโรงงานของบริษัทท็อป โกลฟ หลังพบพนักงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก

ส่วนนายอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ รัฐมนตรีความมั่นคงมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียเห็นชอบให้มีการทยอยปิดโรงงานของท็อป โกลฟ เพื่อให้มีการตรวจสอบคัดกรอง และกักตัวพนักงาน