ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดร่วง 19.64 จุด ลดความเสี่ยงหลังหลายปัจจัยไม่แน่นอน/สัปดาห์หน้าย่อสร้างฐาน

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,327.05 จุด ลดลง 19.64 จุด (-1.46%) มูลค่าการซื้อขาย 58,050.78 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,347.63 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,324.97 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 484 หลักทรัพย์ ลดลง 1,053 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 281 หลักทรัพย์

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่ง Sideway Down ในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบ เช่นเดียวกับตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้ติดลบเฉลี่ย 1.5% เหมือนกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับลงราว 200 จุด

ตลาดบ้านเราบ่ายนี้ปรับตัวลงไปแรง จากการลดความเสี่ยงหลายปัจจัยจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนวันที่ 15 ส.ค.นี้ มองว่าจะเคลียร์กันเรื่องการซื้อสินค้าต่าง ๆ ที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่ได้มีการซื้อสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ในวันที่ 16 ส.ค.ก็จะมีการชุมนุมการเมืองในประเทศ ซึ่งก็มีความไม่แน่นอนอยู่ และในวันที่ 17 ส.ค.ต้องติดตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) งวดไตรมาส 2/63 ของไทยที่จะประกาศออกมา ซึ่งตลาดคาดว่าจะติดลบ 13-14% yoy อีกทั้งตอนนี้ก็อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมาบ้างเช่นกัน

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายวิจิตร กล่าวว่า เนื่องสัญญาณทางเทคนิคตอนนี้ไม่ค่อยดี จากที่หุ้นขนาดใหญ่ อย่างหุ้นในกลุ่มแบงก์ และกลุ่มพลังงาน ขึ้นไปไม่ค่อยไหว ทำให้มีโอกาสที่สัปดาห์หน้าตลาดจะย่อตัวลงมาสร้างฐานก่อน โดยมีแนวรับ 1,300 จุด ส่วนแนวต้าน 1,350 จุด

สัปดาห์หน้าให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ส.ค.นี้ โดยให้จับตาการส่งสัญญาณจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และช่วงปลายสัปดาห์ให้ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการ ของทั้งสหรัฐฯ และยูโรโซน


ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,194.13 ล้านบาท ปิดที่ 65.75 บาท ลดลง 2.00 บาท

STGT มูลค่าการซื้อขาย 2,173.73 ล้านบาท ปิดที่ 73.00 บาท ลดลง 5.25 บาท

AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,912.12 ล้านบาท ปิดที่ 54.00 บาท ลดลง 2.25 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,779.99 ล้านบาท ปิดที่ 89.00 บาท ลดลง 2.50 บาท

CPF มูลค่าการซื้อขาย 1,670.19 ล้านบาท ปิดที่ 33.00 บาท ลดลง 0.25 บาท




Symbol: SET