ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก"วัฒนา เมืองสุข-เสี่ยเปี๋ยง"พร้อมพวกคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัยรัฐบาลทักษิณ 2 กับพวกรวม 14 คน เป็นจำเลย โดยสั่งจำคุกนายวัฒนา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 99 ปี จากความผิด 11 กระทง กระทงละ 9 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 กำหนดอัตราโทษสูงสุด 50 ปี

ส่วนจำเลยที่ 4 นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ ตัดสินจำคุกรวม 66 ปี จากความผิด 11 กระทง กระทงละ 6 ปี แต่ตามมาตรา 91 กำหนดโทษสูงสุด 50 ปี, จำเลยที่ 5 น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง ตัดสินจำคุกรวม 20 ปี จากความผิด 5 กระทง กระทงละ 4 ปี, จำเลยที่ 6 น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ตัดสินจำคุกรวม 44 ปี จากความผิด 11 กระทงๆละ 4 ปี), จำเลยที่ 7 น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ ตัดสินโทษจำคุก 32 ปี จากความผิด 8 กระทง กระทงละ 4 ปี,

จำเลยที่ 8 บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นโทษปรับ เป็นจำนวนเงิน 270,000 บาท และจำเลยที่ 10 คือ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ให้นับโทษต่อจากศาลจังหวัดพัทยา

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้ริบทรัพย์สินที่เกิดจากการกระทำผิดในโครงการทุจริตบ้านเอื้ออาทร ในส่วนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 6 และ จำเลยที่ 8 รวม 1,323 ล้านบาท จำเลยที่ 5 จำนวน 763 ล้านบาท จำเลยที่ 7 จำนวน 1,056 ล้านบาท และจำเลยที่ 10 จำนวน 40 ล้านบาท โดยจะต้องดำเนินการชำระภายใน 30 วัน หากไม่เป็นตามนี้จะต้องถูกคิดดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

ส่วนจำเลยที่ 2 นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ดการเคหะแห่งชาติ (กคช.) จำเลยที่ 3 นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บมจ. ปริญสิริ (PRIN) จำเลยที่ 9 บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด จำเลยที่ 11-14 บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน ศาลฯมีคำสั่งยกฟ้อง

ขณะนี้นายวัฒนา ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนยื่นประกันตัวและเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

ก่อนหน้านี้ นายวัฒนา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ไม่มีข้อเท็จจริงใดที่ชี้ให้เห็นว่ากติกาและกระบวนการทั้งหมดของโครงการไม่ถูกต้องชอบธรรม ตรงกันข้ามกลับมีหลักฐานแสดงความถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลและประสิทธิผลของโครงการ การอนุมัติโครงการและรับซื้อโครงการดำเนินการอย่างถูกต้องทุกหน่วย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจึงหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทุกคน และไม่มีการรับผลประโยชน์หรือเส้นทางการเงินใดๆ เชื่อมโยงมาถึงตนเองหรือเจ้าหน้าที่รัฐคนใด

"ผมจึงมาศาลด้วยความมั่นใจทั้งในความบริสุทธิ์ของตนเอง และความยุติธรรมของศาลตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้กระทั่งเมื่อเช้ามีคนส่งข่าวให้หนี เพราะคำตัดสินจะออกมาให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ผมก็ยืนยันที่จะมาอยู่ที่นี่ เพราะหากจะทำลายกันถึงขั้นนั้นจริงก็อยากจะได้มารู้มาเห็นด้วยตนเองว่าบ้านเมืองเราจะเป็นไปได้ถึงเพียงนั้น

โครงการนี้เป็นโครงการที่ผมภูมิใจ เพราะไม่เพียงทำด้วยความสุจริตโปร่งใส แต่ยังมีประสิทธิภาพประสิทธิผลในการเปลี่ยนแปลงชีวิตประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจมันคือยุคแห่งความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่คนไทยไม่เคยได้สัมผัสอีกหลังการรัฐประหารปี 2549 และตกต่ำมากที่สุดหลังรัฐประหารปี 2557 หากคำตัดสินจะเป็นเช่นนั้นจริง ผมจะขอใช้สิทธิประกันตัวเพื่ออุทธรณ์ เพราะเป็นคนทำคดีนี้ด้วยตนเอง"