(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งขึ้นเล็งกลุ่มพลังงานหนุนขานรับผลประชุมโอเปกพลัส

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ อิงขาขึ้นได้ แม้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้จะเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ หลังผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 7.2 ล้านบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่ระดับ 7.7 ล้านบาร์เรล/วันในการประชุมซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนม.ค.ปีหน้า ทำให้ไปช่วยหยุงราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้น และคาดว่าจะหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงานให้ปรับตัวขึ้นไปได้ด้วย

ส่วนบ้านเรายังได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ และเงินบาทยังคงแข็งค่า จาก Fund Flow ที่ไหลเข้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเราจะเปิดทำการแค่ 2 วันในสัปดาห์หน้า ทำให้นักลงทุนอาจจะขายทำกำไรออกมาบ้าง ส่งผลให้แม้จะมีลุ้นขึ้นทดสอบระดับ 1,450 จุด แต่ก็คงจะยังไม่ผ่าน อีกทั้งสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้อาจเผชิญแรงขายทำกำไรออกมาด้วยเช่นกัน

พร้อมให้แนวรับ 1,430 จุด ส่วนแนวต้าน 1,450 จุด


ประเด็นพิจารณาการลงทุน

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (3 ธ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,969.52 จุด เพิ่มขึ้น 85.73 จุด (+0.29%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,666.72 จุด ลดลง 2.29 จุด (-0.06%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,377.18 จุด เพิ่มขึ้น 27.81 จุด (+0.23%)

- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 5.41 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 112.11 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 83.09 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 33.08 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 9.12 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 3.22 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 0.35 จุด

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (3 ธ.ค.63) 1,438.32 จุด เพิ่มขึ้น 20.37 จุด (+1.44%)

- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 943.62 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.63

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ม.ค.64 ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (3 ธ.ค.63) ปิดที่ 45.64 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.8%

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (3 ธ.ค.63) อยู่ที่ 0.41 ดอลลาร์/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 30.17 แข็งค่าเกาะกลุ่มภูมิภาค หลังดอลล์อ่อน จับตาปัจจัยตปท.เป็นหลัก

- คมนาคม เตรียมแจงสูตรคำนวณค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังนายกฯ เตรียมนัดถกร่วมมหาดไทย เผยใช้สูตรเดียวกับ รฟม.ลดค่าตั๋วได้อีก 20% "บีทีเอส" ยันต้นทุนเดินรถไฟฟ้าสูง ค่าโดยสารสูงสุด 65 บาทตลอดสายเหมาะสม

- ธปท.ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติตราสารทางการเงินที่ใช้สำหรับดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ เปิดทางระดมทุนง่าย และเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อดูแลเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่คลังลั่นมีสำรองเม็ดเงินเพียงพอดูแลผลกระทบจากโควิด

- FETCO ชี้แนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าหุ้นไทย ต่อเนื่องปีหน้า จ่อลงทุนกลุ่มหุ้นวัฏจักร รับอานิสงส์พื้นฐานเศรษฐกิจกิจแกร่งคุมโควิดได้ดี ดันดัชนีหุ้นไทยทะลุ 1,580 จุด ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนร้อนแรงรอบ 2 ปี

- สมาคมตราสารหนี้ฯชี้ปี 64 เอกชนออกหุ้นกู้มากกว่าปีนี้ที่คาดอยู่ที่ 7 แสนล้าน เหตุมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดราว 7 แสนล้าน-กลุ่มสื่อสารระดมทุนเพื่อนำเงินจ่ายค่าไลเซ่นส์

- นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัว 4.1% ดีขึ้นจากที่คาดไว้ก่อนหน้าที่ 2.8% และคาดปีนี้ที่คาดว่าจะหดตัว 6.6% ดีขึ้นกว่าที่คาดจะหดตัว 7.5% สำหรับการปรับมุมมองเชิงบวกมากขึ้นมาจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาสสามที่ออกมาดีกว่าคาดและเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นได้เร็วจากมาตรการกระตุ้นในแต่ละประเทศ โดยอาจเห็นเศรษฐกิจไทยเริ่มขยายตัวจากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนได้ในไตรมาสที่สองปีหน้า

- ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย.63 ทุกรายการดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และปรับตัวสูงสุดในรอบ 9 เดือนนับตั้งแต่เดือน มี.ค.63 มาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง และราคาพืชผลการเกษตรหลายรายการดีขึ้น โดยเฉพาะข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และปศุสัตว์ ส่งผลให้กำลังซื้อในหลายจังหวัดเริ่มดีขึ้น


*หุ้นเด่นวันนี้

- JMT (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 42 บาท คาดกำไร Q4/63-H1/64 แข็งแกร่งอย่างมากและทำ New High จากการเก็บหนี้ที่ดีขึ้น รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่วนการซื้อ NPL ใหม่ไม่ได้เน้นด้านราคาที่ถูกลง แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของหนี้มากกว่าโดยเฉพาะระยะเวลาเก็บหนี้ที่สั้นและให้ผลตอบแทนสูง โดยคาดกำไรปี 63 เติบโต +36% Y-Y และเร่งตัวขึ้นเป็น +45% Y-Y ในปี 64

- PTTEP (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 110 บาท น้ำมันดิบเดินหน้าบวกต่อแม้ OPEC+ เพิ่มการผลิต 5 แสนบาร์เรลต่อวัน ราคาหุ้นยัง Laggard หากเทียบกับหุ้นอื่น ๆ ในกลุ่ม

- CHAYO (เคทีบี) "ซื้อ"เป้าเชิงกลยุทธ์ 8.25 บาท มีโอกาสซื้อ NPLs/NPA เข้ามาบริหารเพิ่ม คาดช่วง Q4/63-H1/64 ยังมีโอกาสซื้อหนี้เข้ามาเติมในพอร์ต เพราะปัจจุบัน Supply หนี้เสียในระบบสูง D/E Ratio ยังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ D/E Covenant ที่ 2X ทำให้บริษัทสามารถใช้ Leverage ประมูลหนี้เสียจากสถาบันการเงินได้อีกมาก ประเมินกำไรสุทธิปี 63-64 ที่ 165 ลบ. และ 223 ลบ.เติบโตต่อเนื่อง +48%YoY และ +35%YoY ตามลำดับ




Symbol: SET