(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.64/65 แข็งค่าจากวานนี้เล็กน้อย ตลาดรอดูตัวเลขเศรษฐกิจไทยบ่ายนี้

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 31.64/65 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็ก
น้อยจากเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.67 บาท/ดอลลาร์
          วันนี้คาดว่าภาพรวมตลาดจะค่อนข้างเงียบ เพราะยังไม่มีปัจจัยอะไรใหม่มากนักที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท แต่
วันนี้ตลาดอาจรอดูการรายงานภาวะเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในส่วนของมูลค่าการส่งออก ซึ่งหากตัวเลขออกมาดี
ก็อาจทำให้เงินบาทมีโอกาสปรับแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังเป็นเรื่องเดิม คือความกังวลต่อการแพร่ระบาดรอบ 2 ของ
ไวรัสโควิด
          นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.80 บาท/ดอลลาร์
          THAI BAHT FIX 3M (29 ก.ย.) อยู่ที่ระดับ 0.29403% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 0.33836%
          SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 31.68375 บาท/ดอลลาร์

          * ปัจจัยสำคัญ
                    
          - เงินเยนอยู่ที่ระดับ 105.68/70 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 105.66 เยน/ดอลลาร์
          - เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1748/1752 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1679 ดอลลาร์/ยูโร
          - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.7000 บาท/ดอลลาร์
          - ธนาคารโลกหวั่นโควิดระบาดรอบ 2 ฉุดจีดีพีดิ่งเหว ติดลบ 10.4% ชี้ปัญหาเชิงปฏิบัติทำนโยบายใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจไม่
แรงพอ แนะรัฐบาลพิจารณาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เหตุเอี่ยวการเมือง ห่วงส่งผลกระทบเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวระยะยาว แต่ "คลัง" ยัง
ลุ้นจีดีพีปีนี้โตเพิ่มอีก 0.25% หลังรัฐบาลอัดฉีดอีก 5.1 หมื่นล้านบาท
          - "กรุงไทย" คาดหากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า ส่งผลเม็ดเงินต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยอีก 3-5 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันขาย
สุทธิ 2.73 แสนล้านบาท กดดันทั้งปีทิ้งหุ้น-บอนด์รวม 3-3.5 แสนล้านบาท
          - ครม. เห็นชอบกรอบและงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 44 แห่ง ปีงบ 64 วงเงินดำเนินการ 1.51 ล้านล้านบาท และวงเงินลง
ทุน 2.91 แสนล้านบาท
          - เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอจะเสนอมาตรการรักษาฐานการลงทุน
เดิม และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ เพื่อช่วยรักษาระดับการจ้างงาน ฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากโค
วิด-19 ในเดือนต.ค.นี้
          - ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ แนะรัฐ ขยายเพดานลดค่าโอน-จดจำนอง จากที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพิ่มเป็น 3-5 ล้าน
บาท เชื่อกระตุ้นกำลังซื้อคึกคัก เหตุเป็นพอร์ตใหญ่ มูลค่าเหลือขายสูงสุดในตลาด ชงรัฐถกแบงก์โยกหนี้สั้นรวมพอร์ตระยะยาว เพิ่มเพดาน
ก่อหนี้ เร่งกระตุ้นตลาดบ้านมือสอง ดึงคนมีเงินซื้ออสังหาฯ
          - ครม. ไฟเขียว รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไทย กลุ่มแรก 8 ต.ค. เป็นชาว "จีนกว่างโจว" เช่าเหมาลำ มา
ลง "สนามบินภูเก็ต" ประเดิม 150 คน ยืดต่างด้าวอยู่ไทย ได้ถึง 31 ต.ค. เป็นกรณีพิเศษ
          - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.5% สู่ระดับ 8.29 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน
ส.ค. ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.1% สู่ระดับ 2.013 แสนล้านดอลลาร์ และการส่งออกเพิ่มขึ้น 2.8% สู่ระดับ 1.183 แสนล้านดอลลาร์
          - ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นสู่
ระดับ 101.8 ในเดือนก.ย. จากระดับ 86.3 ในเดือนส.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 89.5
          - ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ย.) 
เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่นักลงทุนจับตาการดีเบตรอบแรกระหว่าง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรคเดโมแครต ในช่วงเช้าวันนี้ตาม
เวลาไทย
          - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (29 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงติดต่อกันเป็นวัน
ที่ 2 นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อ
ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
          - นักลงทุนจับตาการดีเบตรอบแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน จากพรรคเด
โมแครต ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยการดีเบตจะใช้เวลารวม 90 นาที ซึ่งผู้เข้าดีเบตจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ใน 6 
หัวข้อ ได้แก่ ประวัติของทรัมป์และไบเดน, ศาลฏีกาสหรัฐ, โควิด-19, เศรษฐกิจ, เชื้อชาติและความรุนแรงในเมืองต่างๆของสหรัฐ 
รวมทั้งความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง
          - นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาว ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้ง
ใหม่ โดยมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจดังกล่าวมีวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่พรรคเดโมแครตมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ทำเนียบขาวและ
สภาคองเกรสบรรลุข้อตกลงกันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ย.63
          - ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย.จาก ADP, 
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2563, ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนส.
ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่าย
จัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนก.ย.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ 
(ISM), การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือนส.ค., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.จาก
มหาวิทยาลัยมิชิแกน