ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 218.45 จุด วิตกตลาดแรงงานสหรัฐทรุดจากพิษโควิด-19

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐร่วงลงกว่า 20 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการทรุดตัวของตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,664.64 จุด ลดลง 218.45 จุด หรือ -0.91% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,848.42 จุด ลดลง 20.02 จุด หรือ -0.70% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,854.39 จุด เพิ่มขึ้น 45.27 จุด หรือ +0.51%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหลังจากออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 20,236,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นภาวะการจ้างงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 2545 โดยมีสาเหตุมาจากการที่ภาคธุรกิจได้พากันปิดกิจการ หลังจากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก

การทรุดตัวลงอย่างหนักของตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนทำให้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนเม.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้ จะเป็นหนึ่งในตัวเลขการจ้างงานที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ โดยคาดว่าอัตราว่างงานอาจสูงกว่า 20%

ด้านนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคาดการณ์ว่า ในวันศุกร์นี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรดิ่งลง 21.5 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานจะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 16%

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบ โดยหุ้นซิตี้กรุ๊ป ร่วงลง 2.28% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ร่วงลง 1.8% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ดิ่งลง 1.9% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ลดลง 1.37% หุ้นธนาคารเวลส์ ฟาร์โก 2.7% หุ้นแบล็คร็อค ลดลง 0.4% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ลดลง 0.77%

หุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงกว่า 2% เมื่อคืนนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 1.85% หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 3.06% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 3.04% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ดิ่งลง 4.01% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ทรุดตัวลง 12.53%

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยหุ้นพีจีแอนด์อี คอร์ปอเรชั่น ร่วงลง 2.5% หุ้นเอ็กเซลอน คอร์ปอเรชั่น ดิ่งลง 3.9% หุ้นเฟิร์สท์เอนเนอร์จี ร่วงลง 3.12% หุ้นดุ๊ค เอนเนอร์จี ร่วงลง 3.7% หุ้นคอนโซลิเดทเต็ด เอดิสัน อิงค์ ร่วงลง 4.08%

อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นเน็ตฟลิกซ์ พุ่งขึ้น 2.26% หุ้นอเมซอนดอทคอม ดีดตัวขึ้น 1.44% หุ้นอินเทล เพิ่มขึ้น 1.3% หุ้นแอปเปิล ปรับตัวขึ้น 1.03% หุ้นไมโครซอฟท์ บวก 0.98% หุ้นเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้น 0.68%

ส่วนหุ้นของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ นำโดยหุ้นยัม ไชน่า โฮลดิ้งส์ พุ่งขึ้น 2.6% และหุ้นไป่ตู้ พุ่งขึ้น 1.37%

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมี.ค.