สธ.ส่งทีมเชิงรุกตรวจคัดกรองโควิดชุมชนเสี่ยงอ.แม่สอด จ.ตาก

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ชาวเมียนมา ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า จากนโยบายการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังจากพบพนักงานขับรถชาวเมียนมาติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 2 ราย กระทรวงสาธารณสุขจึงดำเนินการตรวจเฝ้าระวังเชิงรุกด้วยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน จำนวน 6 คัน ในชุมชน 4 แห่ง ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคม 2563 ได้เก็บตัวอย่างจำนวน 4,187 ตัวอย่าง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นบวก 2 ตัวอย่าง ที่เหลืออยู่ระหว่างรอผล

โดยผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงในชุมชนสุเหร่ามะดีนะฮ์ อ.แม่สอด จ.ตาก แบ่งเป็น รายที่ 1 เพศชาย อายุ 63 ปี รายที่ 2 เพศหญิง อายุ 53 ปี ทั้ง 2 ราย เป็นสัญชาติเมียนมา เป็นสามีภรรยา พักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน สามีเป็นผู้พิการนั่งรถเข็น บ้านเป็นลักษณะลานจอดรถ เป็นโกดังซื้อค้าขายแลกเปลี่ยน ในชุมชนสุเหร่ามะดีนะฮ์

ข้อมูลเบื้องต้นผู้ป่วยทั้งสองไม่มีประวัติเดินทางออกนอกพื้นที่ แต่สันนิษฐานว่าอาจจะติดมาจากลูกชายที่ได้รับการวินิจฉัยโควิด-19 ที่เมียวดี เมียนมา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 หรือพนักงานขับรถส่งของจากเมียนมา โดยผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ราย เข้ามารับการตรวจคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2563 โดยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ทั้ง 2 ราย อุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ขณะนี้เข้ารับการรักษาในห้องแยกเชื้อความดันลบ โรงพยาบาลแม่สอด อาการทั่วไปปกติ

สำหรับการค้นหาผู้สัมผัส พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 คน ประกอบด้วย คนในครอบครัว 5 คน และผู้ร่วมพิธีทางศาสนา 4 คน โดยจำนวนนี้ 3 คน ตรวจพบสารพันธุกรรม SARS-CoV-2 (ด้วยวิธี RT-PCR) ครั้งแรกที่โรงพยาบาลแม่สอด เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2563 เป็นลูกสาว อายุ 23 ปี หลานสาวอายุ 10 ปีและหลานชายอายุ 1 ปี รอผลตรวจยืนยันอีกครั้ง โดยทั้ง 3 คนอยู่ในโรงพยาบาลแม่สอด และที่เหลือได้รับการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และรอผลการตรวจซ้ำ นอกจากนี้ มีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 55 คน ทั้งหมดตรวจไม่พบเชื้อ และอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด ได้เข้มข้นมาตรการโดยพ่นทำลายเชื้อที่บ้านผู้ติดเชื้อ โดยประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยขอให้ใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม กิจกรรมที่ไม่จำเป็นและงานรื่นเริงจังหวัดให้งดทั้งหมด กิจวัตรประจำวันอย่างการซื้อสินค้า เข้าร้านอาหาร ให้ไปซื้อสินค้าจำเป็น ร้านค้าขอให้ยึดหลักคนไม่หนาแน่น หากหนาแน่นให้ซื้อกลับบ้าน ส่วนศาสนกิจ เช่น วัด มัสยิด ขอให้งด ในช่วง 1-2 วัน โดยทางจังหวัดจะประเมินอีกครั้ง รวมถึงโรงเรียนด้วย

"พื้นที่แม่สอดถือเป็นพื้นที่ตัวอย่างที่ประชาชนมีความเข้าใจทำให้ไม่เกิดความตื่นตระหนก อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบสวนและมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคที่มีความเข้มแข็งและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด" นายแพทย์โอภาส กล่าว