(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์คล้ายภูมิภาค เก็งหุ้นรายตัวตามงบฯ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ จากปัจจัยทั้งบวก-ลบผสานกัน โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯออกมาดี แต่ก็ยังมีความกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน อีกทั้งแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯก็ยังไม่ออกมาใหม่ มีเพียงการขยายระยะเวลาในการใช้มาตรการหนุนเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 โดยหนึ่งในนั้นจะขยายเวลาในการให้ผลประโยชน์แก่ผู้ว่างงานไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้ที่อัตรา 400 เหรียญสหรัฐ/สัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจากระดับ 600 เหรียญสหรัฐ/สัปดาห์

ส่วนบ้านเราวันนี้ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของบริษัทจดทะเบียนต่อไป ซึ่งวันนี้ก็จะมีหลายตัวประกาศงบฯ อาทิ BANPU, DCC เป็นต้น และให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของจีนด้วย

ทั้งนี้ มองว่านักลงทุนคงจะเล่นเก็งกำไรหุ้นเป็นรายตัวตามงบฯที่ออกมา พร้อมให้แนวรับ 1,320 จุด ส่วนแนวต้าน 1,335-1,340 จุด


ประเด็นพิจารณาการลงทุน

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (7 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,433.48 จุด เพิ่มขึ้น 46.50 จุด (+0.17%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,351.28 จุด เพิ่มขึ้น 2.12 จุด (+0.06%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,010.98 จุด ลดลง 97.09 จุด (-0.87%)

- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 154.80 จุด, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ลดลง 12.51 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 42.07 จุด, ดัชนี FTSE ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.05 จุด

ส่วนตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันหยุดชดเชยวันชาติ ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันภูเขา

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (7 ส.ค.63) 1,324.40 จุด ลดลง 8.82 จุด (-0.66%)

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,052.80 ล้านบาท เมื่อวันที่ 7 ส.ค.63

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (7 ส.ค.63) ปิดที่ 41.22 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 73 เซนต์ หรือ 1.7%

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (7 ส.ค.) อยู่ที่ -0.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 31.17/19 แนวโน้มทรงตัว ให้กรอบวันนี้ 31.15-31.25 จับตาสถานการณ์โควิด, ความขัดแย้งจีน-สหรัฐฯ

- วงการอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผย "ดับบลิวดี-ซีเกท" 2 ยักษ์ใหญ่ฮาร์ดดิสก์โลก ยังปักหลักยึดไทยเป็นฐานผลิต-ส่งออก ที่สำคัญ พร้อมเดินหน้าขยายกำลังผลิตเพิ่ม ทั้ง "ฮาร์ดดิสก์-เอสเอสดี" หวังรองรับโลก ยุคใหม่ ด้าน "เดลต้า" ยัน "5 จี" และ "ไอโอที" ปัจจัยหนุนผลิตชิ้นส่วนอิเล็กฯ อัจฉริยะเพิ่ม

- ส.อ.ท.หวั่นทุนจีนยึด "ไชน่าโมเดล" ปักหลักลงทุนไทยแบบกินรวบ กระทบธุรกิจเอสเอ็มอี พร้อมห่วง "จีน" ใช้ไทยเป็นฐานทุ่มตลาดไปยัง "สหรัฐ-ยุโรป" จนถูกลากเข้าสู่สงครามการค้า กระทบผู้ส่งออกไทยโดยรวม ด้าน "พาณิชย์" ประเมินศึกการค้า "สหรัฐ-จีน" จบยาก

- "คลัง" เตรียมชงเปิดช่องโรงแรมไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจเข้าร่วมมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน ชี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม หลังพบปัญหาโรงแรมเข้าร่วมโครงการน้อยมาก ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

- กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศหารือจีน ยกระดับการค้า 2 ฝ่ายเพิ่มเป็น 140,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 64 พร้อมชวนเข้าลงทุนในอีอีซี สบช่องขอจีนเร่งซื้อข้าวไทยให้ครบตามสัญญา 1 ล้านตัน

- นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) แสดงความเห็นฝากไปยังทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลว่า ต้องการให้เร่งแก้ไขภาวะเศรษฐกิจไทยอย่างเร่งด่วนเนื่องจากต้องยอมรับว่าภาคธุรกิจทั้งการส่งออก และท่องเที่ยวซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ค่อนข้างมากโดยประเมินว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยปัจจุบันไม่น้อยกว่า 2 ล้านล้านบาท และหากสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ยังคงมีผู้ติดเชื้อและมีการกลับมาระบาดรอบ 2 มากขึ้นความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย


*หุ้นเด่นวันนี้

- BGRIM (เคทีบี) เป้าเชิงกลยุทธ์ 52 บาท ตลาดมีความเสี่ยงเพิ่ม หุ้นโรงไฟฟ้าอาจเป็นที่พักเงิน โดยมองว่า กำไร Q2 คาดยังดี 654 ล้านบาท +5% YoY ภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิต ได้ประโยชน์จากการนำ LNG เข้ามาช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง ส่วนบริษัทมีการหาโครงการใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ในต่างประเทศ หลักๆ คือ เวียดนาม ขณะที่ของไทยนอกจากโตตามภาคอุตสาหกรรม จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ตามโครงการReplacement

- AP (ฟินันเซีย ไซรัส) "เก็งกำไร"เป้า 8.50 บาท จะประกาศกำไร Q2/63 วันพรุ่งนี้ คาดกำไรโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม +89% Q-Q, +140% Y-Y สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส หนุนโดยโครงการแนวราบที่ฟื้นตัวดี โดย Presales Q2/63 ดีกว่าที่คาด +50% Q-Q, +10% Y-Y ส่งผลให้แนวโน้มกำไร Q3/63 คาดยังเร่งตัวขึ้น พร้อมคาดกำไรปีนี้ +2% Y-Y และเร่งตัว +8% Y-Y ในปี 2564 ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE เพียง 6 เท่าและให้ Dividend Yield 6.5%

- BCH (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า IAA Consensus 17.8 บาท คาดงบ Q2/63 จะออกมาดีสวนทาง BH และ BDMS เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติน้อยและส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประกันสังคมเสมือนเป็น Recurring Income นอกจากนี้ในช่วงโควิด-19 ระบาด BCH ยังมีรายได้จากการบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 มาชดเชยทำให้รายได้และกำไรไม่ได้ดูแย่เหมือนที่กังวล




Symbol: SET