#HILITE: #HILITE: KK ปิดเทรดช่วงเช้าที่ 2.30 บาท สูงกว่าราคาขาย IPO 161.36%

หุ้น KK ปิดเทรดช่วงเช้าที่ 2.30 บาท เพิ่มขึ้น 1.42 บาท (+161.36%) จากราคาขาย IPO ที่ 0.88 บาท/หุ้น มูลค่าซื้อขาย 640.90 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 2.40 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 2.46 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1.88 บาท

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของบมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) ที่ 1.20-1.40 บาท อิง PER ที่ 18-20 เท่าเทียบกับหุ้นที่มีธุรกิจและขนาดใกล้เคียงกันอย่าง TNP โดยเรามองว่าธุรกิจมีความได้เปรียบจากความชำนาญในพื้นที่ภาคใต้ แต่อย่างไรก็ตาม การขยายตัวออกนอกพื้นที่จะขยายตัวได้ลำบาก และมีความเสี่ยงในระยะยาวจากการเข้ามาของเทคโนโลยีและธุรกิจ Delivery รวมถึงด้วยขนาดของกิจการที่ค่อนข้างเล็กทำให้อาจมีปัญหาด้านสภาพคล่องในการซื้อขายได้

KK ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค โดยธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ "เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์สโตร์" จำนวน 28 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ทั้งนี้ ด้วยการดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้บริษัทฯ มีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการสินค้าของคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี บริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ"

โครงการในอนาคต : บริษัทฯ มีแผนการขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด "ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ" ในแต่ละปี บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 - 4 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 10 - 12 ล้านบาทต่อสาขา




#HILITE
Symbol: KK