ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก 60 เซนต์ นลท.ซื้อขณะรอมาตรการกระตุ้นศก.,ดอลล์อ่อน

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (23 ต.ค.) โดยนักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากการที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงด้วย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 1,905.20 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ปรับตัวลงน้อยกว่า 0.1% ในรอบสัปดาห์นี้

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.4 เซนต์ หรือ 0.14% ปิดที่ 24.675 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 22.7 ดอลลาร์ หรือ 2.57% ปิดที่ 906.70 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ หรือ 0.1% ปิดที่ 2,398.60 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย.นี้ แต่ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการเจรจากับวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน

ด้านปธน.ทรัมป์และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังตอบโต้ว่า นางเพโลซีต้องยอมประนีประนอมเพื่อผ่านมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่ายังคงมีความขัดแย้งที่สำคัญระหว่างสองฝ่าย

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.19% แตะที่ 92.7741 เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าจะทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น มีราคาถูกลงและมีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น

อย่างไรก็ตาม สัญญาทองยังคงปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นของสหรัฐ ได้ลดความน่าสนใจของทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ไอเอชเอส มาร์กิตซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2562 โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 54.3 ในเดือนก.ย. ซึ่งดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐยังคงขยายตัว

นักวิเคราะห์ตลาดคาดว่า การหารือในสภาคองเกรสเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ, ความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จะเป็นปัจจัยหลักที่จะกระตุ้นการเคลื่อนไหวของราคาทองในระยะต่อไป