"ไพบูลย์"เสนอเลื่อนญัตติปลด"เสรีพิสุทธิ์"พ้น กมธ.ป.ป.ช.เร็วขึ้นมาก่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำ 51 รายชื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ ญัตติด่วนต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้เลื่อนญัตติพิจารณาให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย พ้นจากการเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 108(5) ขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมสภาก่อนวันที่จะมีการพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน

ญัตติดังกล่าว ระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งต่อมาได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้กระทำการตรวจสอบการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในเขตพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไว้วางพระราชหฤทัยให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินไปแล้ว

โดยเฉพาะต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า "การถวายสัตย์ปฎิญาณต่อพระมหากษัตริย์ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์" และปรากฎในส่วนท้ายว่า "การถวายสัตย์ปฎิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด"แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้อาศัยสถานะความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว แม้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯเมื่อวันที่ 15 ม.ค.63 กรรมาธิการฯจำนวน 8 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากได้มีมติให้ยุติการตรวจสอบแต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังฝ่าฝืนที่จะดำเนินการตรวจสอบการถวายสัตย์ปฎิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อไป

ดังนั้นพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงไม่สมควรที่จะปฎิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการฯและกรรมาธิการฯอีกต่อไป เนื่องจากปฎิบัติหน้าที่ไปโดยไม่มีอำนาจตรวจสอบ และกระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อที่ 90 (22) และฝ่าฝืนมติกรรมาธิการฯเสียงข้างมาก