นายกฯ ตรวจสนามบินภูเก็ตเตรียมความพร้อมระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมระบบคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศของท่าอากาศยานภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างประเทศกลุ่มพิเศษเดินทางเข้าประเทศ พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการคัดกรองผู้โดยสารต่างประเทศที่จะเดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มงวด รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจในมาตรการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ

ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ประสานงานกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมระบบคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศไว้พร้อมแล้วทุกระบบ โดยกำหนดให้อากาศยานเข้าจอด ณ หลุมจอดเฉพาะ ผู้โดยสารต้องผ่านด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ตรวจวัดอุณหภูมิและการคัดกรองผู้ป่วย (หากตรวจพบผู้เดินทางเข้าข่ายนิยามผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) จะคัดแยกให้รถพยาบาล ALQ มารับออกจากพื้นที่นำส่งโรงพยาบาล) การตรวจสอบเอกสารสุขภาพ พิธีการตรวจคนเข้าเมือง การตรวจอนุญาตขาเข้า การควบคุมทางศุลกากร การรายงานตัว ALQ การจัดพื้นที่พักรอก่อนขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปอาคาร X-Terminal ซึ่งท่าอากาศยานภูเก็ตได้กำหนดเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับคัดกรองและเก็บสิ่งส่งตรวจ โดยได้รับการสนับสนุนห้องเก็บสิ่งส่งตรวจและปฏิบัติการชีวโมเลกุลพร้อมบุคลากรจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 กรมควบคุมโรคมาปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมนี้ยังได้รับการสนับสนุนรถพระราชทานตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยมาประจำการ จำนวน 3 คัน เมื่อผ่านขั้นตอนการคัดกรองและเก็บสิ่งส่งตรวจแล้ว จึงจะให้ผู้โดยสารเดินทางเข้าพักยังสถานที่กักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19

ปัจจุบัน ระบบการคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศของท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถรองรับได้วันละ 578 ตัวอย่าง ทั้งนี้ ทอท. จะได้ประเมินความพร้อมและจัดทำแผนเพื่อเพิ่มศักยภาพการคัดกรองผู้โดยสารของท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบทั้ง 6 แห่ง ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ หากมีจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม