รฟท.เตรียมเสนอครม.ขยายเวลาลงนามสัญญาไฮสปีดไทย-จีน ออกไปอีก 90 วัน

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรฟท.ที่มีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 ต.ค. เห็นชอบขยายกรอบเวลาในการดำเนินงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ที่จะครบกำหนดในวันที่ 31 ต.ค. 63 ออกไปอีก 90 วัน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำสั่งมาตรา 44 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยจะเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

สาเหตุที่ต้องขอขยายเวลากรอบการดำเนินงานสัญญา 2.3 ออกไป เนื่องจากการลงนามในสัญญา 2.3 เบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นวันที่ 28 ต.ค.นี้หรือไม่

นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดรฟท. มีมติอนุมัติผลการประมูลก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญาที่ 4-4 งานโยธา สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย (ราคากลาง 7,664 ล้านบาท ) ซึ่งบมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกในการประมูลด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยเสนอราคาที่ 6,573 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 1,091 ล้านบาท หรือ 16.61% ซึ่งรฟท.จะกำหนดการลงนามในสัญญานี้ได้ต่อไป เนื่องจากก่อสร้างในพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟ ไม่ต้องรอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA)

โดยงานโยธา รถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา มีจำนวน 14 สัญญา ก่อสร้างเสร็จแล้ว ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง 1 สัญญา คือสัญญาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก ระยะทาง 11 กม. วงเงิน 3,114.98 ล้านบาท มีบจ.ซีวิลเอ็นจิเนียริง เป็นผู้ก่อสร้าง

ส่วนอีก 12 สัญญา ดำเนินการประมูลแล้ว 11 สัญญา อนุมัติผลประมูลแล้ว 10 สัญญา เหลือสัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดงและ ช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างพิจารณากรณีมีการยื่นอุทธรณ์ ส่วนสัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม.ยังไม่ประมูล เพราะต้องรอความชัดเจนเนื่องจากโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน