(เพิ่มเติม1) ตร.ยันเข้าควบคุมการชุมนุมตามขั้นตอน ไม่มีการใช้กระสุนยาง-แก๊สน้ำตา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ชี้แจงการเข้าควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรที่แยกปทุมวัน ว่า หลังมีการฝ่าฝืน จึงเข้าควบคุมพื้นที่ตามมาตรการ และใช้ขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่ใช่การพกพาอาวุธ มีเพียงอุปกรณ์ป้องกันตัว และรถฉีดน้ำแรงดันสูง ซึ่งเป็นเครื่องมือสากลที่ทั่วโลกใช้ ไม่มีการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา แต่ที่ผู้ชุมนุมรู้สึกแสบตาเนื่องจากสารเคมีบางอย่างในน้ำสีฟ้าที่ฉีดออกไป

ส่วนการใช้น้ำประเภทสีเพื่อใช้แยกแยะกลุ่มผู้ชุมนุมในการดำเนินคดีในอนาคต ยืนยันว่าเป็นสารที่ไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด ตามหลักสากลทั่วโลกที่ใช้กัน นอกจากนี้ยังมีการใช้สารเคมีผสมน้ำเพื่อระงับยับยั้งยุติ และให้ถอยออกไป โดยปกติจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังทำให้แสบและร้อนสามารถใช้น้ำล้างบรรเทาได้ ไม่เกิดอันตราย

พร้อมยืนยันว่า ตำรวจมีการเตรียมความพร้อมกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะชุมนุมในวันนี้ (17ต.ค.) ทั้งการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลการชุมนุม ซึ่งยืนยันว่าการชุมนุมไม่สามารถทำได้แนวทางจากนี้ไป หลังจากที่มีการชุมนุมอีกเราก็จะมีมาตราการคู่ขนานกันไป หลังจากที่มีการประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

พล.ต.ต.ยิ่งยศเทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก สตช.) กล่าวว่า การดำเนินการของตำรวจเมื่อวานนี้ ไม่ใช่การสลายการชุมนุม แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ตามหลักสากล เนื่องจากมีการแจ้งเตือนผ่านสื่อมวลชนถึง 3 ครั้ง และได้มีการแจ้งในที่ชุมนุมอีกหลายครั้ง ซึ่งการควบคุมพื้นที่ก็เป็นไปตามหลักสากล มีการใช้น้ำแรงดัน จากเบาไปหาหนัก และขอยืนยันว่าส่วนผสมที่อยู่ในน้ำเป็นสารเคมี ที่ไม่เป็นอันตรายต่อเยื่อบุตา หรือถึงแก่ชีวิตของกลุ่มผู้ชุมนุม อาจมีผลข้างเคียงทำให้ผิวหนังระคายเคืองเท่านั้น

พล.ต.ต.สามารถ ม่วงสิริ นายแพทย์สบ.6 โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุมจำนวน 5 ราย และอีกประมาณ 10 ราย ได้ปฐมพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย มี 2 รายรักษาอาการที่แผนกผู้ป่วยนอก ที่ รพ.หัวเฉียว และอีก 1 รายรักษาที่ รพ.จุฬาฯ