พาณิชย์ ออกประกาศแนวนโยบายวิธีใช้บริการข้อมูลนิติบุคคลที่ถูกต้อง พร้อมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตและธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงการไหลผ่านของข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์ (Big Data) ที่มาจากทุกทิศทางและมีจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ผู้ใช้บริการสามารถค้นหาข้อมูลธุรกิจได้อย่างอิสระเสรี สะดวกสบายมากขึ้นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

โดยที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้ช่องทางดิจิทัลมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลนิติบุคคลได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย ประกอบกับยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

"กรมฯ จึงออกประกาศเรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการเปิดเผยและนำข้อมูลไปใช้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและการตระหนักถึงความสำคัญในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้สาธารณชนได้รับทราบ" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุ

โดยประกาศฯ ฉบับนี้ ได้กำหนดระดับการเปิดเผยข้อมูลไว้ 3 แบบคือ 1) ข้อมูลเปิดภาครัฐ (Government Open Data) เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะในรูปแบบดิจิทัล ไม่เสียค่าใช้จ่าย และไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการใช้งานข้อมูลดังกล่าว ได้แก่ เลขทะเบียน ประเภท ชื่อนิติบุคคล วันที่จดทะเบียน สถานะ ทุนจดทะเบียน ที่ตั้ง และวัตถุประสงค์

2) ข้อมูลเปิดเผยแบบมีเงื่อนไข (Share Data) เป็นข้อมูลที่กรมฯ ได้จัดเก็บและเปิดเผยตามหน้าที่และอำนาจทางกฎหมาย ได้แก่ ข้อมูลนิติบุคคล งบการเงิน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ทะเบียนพาณิชย์ ข้อมูลการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ข้อมูลที่กล่าวมาผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในการเปิดเผยข้อมูล และ 3) ข้อมูลลับ เป็นข้อมูลที่ไม่อาจเปิดเผยได้

นายวุฒิไกร กล่าวว่า สำหรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในประกาศฯ ได้แจ้งให้ธุรกิจและประชาชนทราบว่า กรมฯ ไม่มีนโยบายในการนำข้อมูลส่วนบุคคลของนิติบุคคลที่กรมฯ เป็นผู้ดูแลมาจัดทำหรือวิเคราะห์ขึ้นใหม่ เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถค้นหาและเป็นที่เปิดเผยทั่วไปว่าบุคคลใดเป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ หรือผู้ถือหุ้นใน นิติบุคคลใด เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ จึงไม่สามารถนำไปประมวลผลให้กลายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้

"หากพบว่าผู้ใดนำข้อมูลไปกระทำการดังกล่าว จะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการเข้าถึงข้อมูลนิติบุคคลของผู้ใช้บริการจะสามารถทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น แต่การจะนำข้อมูลที่ส่วนราชการได้เปิดเผยไปใช้ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ตรงตามวัตถุประสงค์และขอบเขตที่แจ้งไว้กับกรมฯ รวมถึงต้องไม่ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น โดยเฉพาะรายละเอียดส่วนบุคคลและการนำมาใช้เชิงธุรกิจหรือเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เพราะเข้าข่ายเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและกระทำผิดทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ธุรกิจหรือประชาชนที่ประสงค์จะเข้าถึงข้อมูลนิติบุคคลได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย สามารถค้นหาได้ที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หรือแอพพลิเคชั่น DBD e-Service เท่านั้น เพื่อป้องการการถูกหลอกลวงจากผู้ไม่ประสงค์ดีและอาจสร้างความเสียหายได้ในอนาคต