นายกฯ มอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล หนุนใช้เทคโนโลยีลดเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดความสามารถ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2563 "Digital Government Awards: DG Awards 2020" ว่า จากการยกระดับรัฐบาลดิจิทัลของทุกหน่วยงานส่งผลให้ปีนี้ไทยได้รับการจัดอันดับดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2563 โดยองค์การสหประชาชาติ ปรับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 57 จากอันดับที่ 73 ในปี 2561 ซึ่งขอขอบคุณทุกคนที่พยายามขับเคลื่อนการทำงานจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม พร้อมกันนี้รัฐบาลส่งเสริมให้จัดทำข้อมูลแบบเปิดของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลอย่างเสรี และนำไปพัฒนาเป็นรูปแบบต่างๆได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความจำเป็นและความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลสะท้อนให้เห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รัฐบาลสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของการเป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลกับประชาชน การเชื่อมโยงทุกข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการคาดการณ์วิกฤตที่จะเกิดขึ้น รวมถึงใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ทำให้เห็นว่า ไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้เป็นอย่างดี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินการทุกอย่างเพื่อส่งเสริมให้เกิดรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การออกกฎหมายในการจัดทำแผนการทำงานของภาครัฐโดยใช้ระบบดิจิทัล เพื่อไปสู่เป้าหมายหลักของประเทศ คือการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การทำงานภาครัฐที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ที่ได้เน้นนโยบายว่าทุกหน่วยงานต้องใช้แนวทาง เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และเพื่อทำให้ทุกหน่วยงานลดความขัดแย้งในการทำงาน ที่ก่อนหน้านี้อาจถือกฎหมายคนละตัวกัน

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า นโยบายของรัฐบาลคือใช้ดิจิทัลเพื่อแก้ปัญหาความยากจน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการใช้บริการภาครัฐ ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องความโปร่งใสและจัดทำฐานข้อมูลกลาง ซึ่งรัฐบาลยินดีที่จะรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกหน่วยงานและนำไปแก้ปัญหา และตนเองรู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นผลงานสำเร็จ ซึ่งทำให้ประเทศมีความสุขตามมาด้วย

สำหรับปีนี้มีหน่วยงานได้รับโล่รางวัลรัฐบาลดิจิทัลระดับกรม 10 รางวัล อาทิ การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น รวมถึงมีการมอบประกาศนียบัตรระดับจังหวัด 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ระนอง ลพบุรี ลำพูน และสระบุรี