สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ย. 67)
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 33.31 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่า
ต่อเนื่อง จากเปิดตลาดเมื่อเช้าที่ระดับ 33.37 บาท/ดอลลาร์
ระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.43 บาท/ดอลลาร์ โดยปรับตัวลงไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 19
เดือนที่ 33.25 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากการส่งออกทองคำ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อพันธบัตรไทยสุทธิ 1.7 พันล้าน
บาท
"วันนี้บาทแข็งค่านำสกุลเงินภูมิภาค โดยมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำ ช่วยหนุนค่าเงินบาทบางส่วน ระหว่างวันลงไปทำ
New Low ที่ระดับ 33.25 บาท/ดอลลาร์" นักบริหารเงิน กล่าว
โดยปัจจัยที่ตลาดรอดู คือ ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะประเดิมวัฎจักรลด
ดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25%
นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันจันทร์ไว้ที่ 33.25 - 33.45 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 142.78 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อเช้าที่ระดับ 142.36 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1090 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1080 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,424.39 จุด เพิ่มขึ้น 2.81 จุด, +0.20% มูลค่าการซื้อขาย 53,803.23 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,782.29 ล้านบาท (SET+MAI)
- ปลัดคลัง เชื่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสที่จะเติบโตได้ถึง 3% อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในไตรมาส 4/67 ที่จะได้เห็น
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ GDP หลังมีเม็ดเงินของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่จะแจกเงินสดให้กับกลุ่มเปราะบางก่อน 14.5 ล้านคน
ซึ่งเริ่มทยอยแจกตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.นี้ ซึ่งมีเม็ดเงินสูงถึง 1.45 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากการลงทุนในกองทุนรวม
วายุภักษ์ 1 ที่เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ และเม็ดเงินจากงบประมาณปี 2568 ที่เริ่มต้นในวันที่ 1 ต.ค.67 พร้อมกันด้วย
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดหลังปรับตัวแข็งค่ามาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อ
ภาคธุรกิจ โดยปัจจัยหลักมาจากต่างประเทศที่ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงมาก ได้แก่ ทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ราคา
ทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
- กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนก.ค.67 เพิ่มขึ้น
3.1% เมื่อเทียบรายเดือน โดยดัชนีการผลิตอยู่ที่ 103.1
- สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นสุดท้ายของฝรั่งเศส ที่ปรับให้สอดคล้องกับประเทศ
อื่น ๆ ในสหภาพยุโรป (HICP) ในเดือนส.ค.67 อยู่ที่ 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่เผยแพร่
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว
- สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมในยูโรโซนในเดือนก.ค.67 ลดลง 0.3%
เมื่อเทียบเป็นรายเดือน หลังจากทรงตัว (โต 0%) ในเดือนมิ.ย.
- ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุชาติตะวันตกน่าจะมาสู้กับรัสเซียโดยตรง หากยอมให้ยูเครนโจมตีดินแดนรัสเซียด้วย
ขีปนาวุธพิสัยไกลที่ผลิตขึ้นในประเทศตะวันตก อันเป็นความเคลื่อนไหวที่เขาระบุว่าจะทำให้ธรรมชาติและขอบเขตของความขัดแย้งเปลี่ยน
แปลงไป
- คืนนี้ สหรัฐฯ จะมีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ราคานำเข้าและส่งออกเดือนส.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้
บริโภคขั้นต้นเดือนก.ย.