สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสสหรัฐแสดงความยินดีต่อคำตัดสินของศาลฎีกาที่ได้ประกาศยกเลิกภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ โดยระบุว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการกำหนดมาตรการภาษีโดยอาศัยกฎหมายที่สงวนไว้สำหรับภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ
ในคำตัดสินความยาว 170 หน้า ศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด โดยกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมเงินทุนในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญระบุไว้อย่างชัดเจนว่าอำนาจในการจัดเก็บภาษี รวมทั้งภาษีศุลกากร เป็นของรัฐสภา ไม่ใช่ของประธานาธิบดี
คำตัดสินดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อมาตรการภาษีต่างตอบแทน (reciprocal tariffs) รวมทั้งภาษีที่ปธน.ทรัมป์เรียกเก็บจากแคนาดา จีน และเม็กซิโก ซึ่งเขาอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อสกัดการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐ
นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยสังกัดพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า 'นี่คือชัยชนะของกระเป๋าสตางค์ผู้บริโภคชาวอเมริกันทุกคน ภาษีที่ผิดกฎหมายของทรัมป์ได้พังทลายลงแล้ว'
'เขาพยายามบริหารประเทศด้วยคำสั่งฝ่ายเดียว และผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวชาวอเมริกัน พอกันทีกับความโกลาหล จบสงครามการค้ากันเสียที'
ด้านนายฮาคืม เจฟฟรีย์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวชื่นชมคำตัดสินของศาลฎีกาว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของประชาชนชาวอเมริกัน และเป็นความพ่ายแพ้อีกครั้งอย่างราบคาบของผู้ที่อยากเป็นกษัตริย์
ส่วนนายราฟาเอล วอร์นอค วุฒิสมาชิกจากรัฐจอร์เจีย กล่าวยกย่องคำตัดสินดังกล่าวเช่นกัน
'น่าเสียดายที่ประธานาธิบดีคนนี้ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะทำให้คุณต้องจ่ายภาษีเหล่านี้ เขาจะพยายามหาทางอื่นเพื่อคงมาตรการเหล่านี้ไว้ ผมก็จะยังคงลงคะแนนเพื่อขัดขวางภาษีของทรัมป์ในวุฒิสภาต่อไป' เขากล่าว
วุฒิสมาชิกคริส แวน โฮลเลน แสดงความยินดีกับคำตัดสินเช่นกัน โดยเรียกภาษีของทรัมป์ว่าเป็นภาษีที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่เก็บจากประชาชนอเมริกัน และโต้กลับคำกล่าวอ้างของปธน.ทรัมป์ที่อ้างว่าประเทศอื่นเป็นผู้จ่ายภาษี ไม่ใช่ผู้บริโภคสหรัฐ
'ตลอดปีที่ผ่านมา คนทำงานต้องจ่ายเพิ่มเฉลี่ย 1,000 ดอลลาร์ เพราะภาษีเหล่านี้ และทรัมป์ไม่มีแผนจะนำเงินนั้นกลับคืนสู่กระเป๋าของคุณ' นายโฮลเลนกล่าว