สภาฯ ถกญัตติฝุ่น PM2.5 ฝ่ายค้าน-รัฐบาลร่วมหาทางแก้ พรรคส้มจี้ "สุชาติ" ลาออกหากไม่เดินหน้า กม.อากาศสะอาด

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วน และนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่ง สส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาล ร่วมเสนอญัตติ 4 คน ได้แก่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน, นายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย, นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย


นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายเสนอญัตติว่า รัฐบาลละเลยการแก้ปัญหาให้กับประชาชน และละเลยข้อเสนอของสภาฯ รวมถึงละเลยการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าข่ายเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน ดังนั้น ควรเร่งประกาศให้ 9 จังหวัดภาคเหนือเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อให้มีงบประมาณเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องมลพิษข้ามแดน ต้องใช้การเจรจาระหว่างประเทศ ให้แจ้งไปยังศูนย์ภัยพิบัติอาเซียน ขอความช่วยเหลือประเทศอาเซียนมาจัดการปัญหา

นอกจากนี้ ขอให้ตัวแทน ครม. ระบุว่า จะดำเนินการอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ....ที่ตกไป หากรัฐบาลไม่หยิบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขึ้นมาพิจารณาภายในวันที่ 13 พ.ค. ขอเรียกร้องให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี


ด้านนายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติตอนหนึ่งว่า ขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้ท้องถิ่น เพื่อให้มีทรัพยากรที่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา นอกจากนั้น ในมาตรการแก้ปัญหาระยะกลาง ต้องให้ท้องถิ่นสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ห้องปลอดฝุ่น รวมถึงทำให้สังคมมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลในแต่ละพื้นที่ ลดการเผา ส่วนมาตรการระยะยาว ต้องใช้กลไกทางการทูต เพื่อแกัปัญหาร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน


ขณะที่นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ ที่จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อการจัดการทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ว่า ต้องบูรณาการการทำงานทุกกระทรวง ไม่ใช่ใช้การแก้ไขโดยมิติการเมือง กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

นอกจากนั้น ในการป้องกันต้องเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร ไม่ให้กำจัดขยะด้วยวิธีการเผา แต่ต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น นโยบายการคืนเงินอุดหนุนการตัดอ้อยสด ให้สินเชื่อ 0% หรือการมีกลไกที่จะทำให้การใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยว ที่สามารถการันตีได้ว่าการใช้เครื่องมือนั้นเป็นประโยชน์ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ