ตลาดหุ้นลอนดอนปิดทรงตัวในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) โดยฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดระหว่างวัน หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่ออิหร่านและอิสราเอลระบุว่าจะยุติการโจมตีซึ่งกันและกัน ภายหลังการเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,373.20 จุด เพิ่มขึ้น 5.15 จุด หรือ +0.05%
อิหร่านและอิสราเอลระบุว่าได้ยุติการโจมตีระหว่างกัน หลังทรัมป์เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงตอบโต้กันทันที อย่างไรก็ตาม อิหร่านกล่าวว่าจะกลับมาโจมตีอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ราคาน้ำมันดิบล่าสุดปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% แต่ลดช่วงบวกลงจากที่เคยพุ่งขึ้นถึง 5% ในระหว่างวัน หลังการโจมตีรอบใหม่ของอิสราเอลต่ออิหร่านและการโจมตีในเลบานอน ทำให้ความหวังต่อการยุติสงครามในวงกว้างอย่างรวดเร็วลดน้อยลง
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้น 0.4% โดยหุ้น HSBC เพิ่มขึ้นราว 1% ยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วัน
หุ้นกลุ่มประกันชีวิตและกลุ่มเครื่องดื่มนำการปรับตัวขึ้นในบรรดาหุ้น FTSE 350 โดยทั้งสองกลุ่มเพิ่มขึ้นประมาณ 0.7%
หุ้น Tate & Lyle พุ่งขึ้น 14.8% หลัง Ingredion จากสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตส่วนผสมอาหารรายดังกล่าวด้วยมูลค่า 2.7 พันล้านปอนด์ (3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในรูปแบบเงินสด
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ร่วงลง 2.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ซึ่งมักถูกมองเป็นทางเลือกทดแทนการลงทุนในพันธบัตร ปรับตัวลง 1%
หุ้น Mpac Group ดิ่งลง 20% หลังบริษัทผู้ให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์และระบบอัตโนมัติระบุว่า กำไรตลอดปีมีแนวโน้มต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก
อลัน เทย์เลอร์ กรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันยังคงเป็นภาระต่อเศรษฐกิจ และเขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษขยับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เงินปอนด์ทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ