ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า หลังอิสราเอล-อิหร่านประกาศยุติโจมตี

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากอิหร่านและอิสราเอลตกลงที่จะยุติการโจมตีตอบโต้ซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% สู่ระดับ 100

นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หลังจากทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีกันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเม.ย.

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลเตือนว่าจะโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของอิสราเอล ขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอน

ด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 16-17 มิ.ย.

ทั้งนี้ เควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้

กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนที่การประชุม FOMC จะเริ่มขึ้น และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม FOMC เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ (10 มิ.ย.) ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนเม.ย.