สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 69)
ราคาทองฟิวเจอร์ร่วงลงหลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์ในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
ณ เวลา 22.11 น.ตามเวลาไทย ราคาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลบ 54.21 ดอลลาร์ หรือ 1.29% สู่ระดับ 4,148.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าจะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะปรับขึ้นในเดือนก.ย.และธ.ค. ภายใต้การกุมบังเหียนเฟดของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 69.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 30.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75%
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 48.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. หลังจากให้น้ำหนักเพียง 16.9% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติเอกฉันท์ 12-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
ส่วนในรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเฟดบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
นายเควิน วอร์ชเป็นประธานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดเป็นครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเขากล่าวว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้เห็นมานานถึงครึ่งทศวรรษ ซึ่งเขารู้สึกเสียใจต่อข้อเท็จจริงดังกล่าว
'ความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น มีความแข็งแกร่ง เป็นเอกฉันท์ และชัดเจน และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นข้อความสำคัญที่เราพลาดไปเป็นเวลา 5 ปี และเรากำลังจะแก้ไขในเรื่องนั้น' เขากล่าว
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)