สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มิ.ย. 69)
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ใกล้หลุดระดับ 73 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมัน WTI หลุด 70 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น หลังเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียเป็นเวลาหลายเดือน เริ่มเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
ณ เวลา 19.13 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนส.ค. ลบ 0.60 ดอลลาร์ หรือ 0.85% สู่ระดับ 69.74 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนส.ค. ลบ 0.66 ดอลลาร์ หรือ 0.90% สู่ระดับ 73.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข้อมูลจาก Kpler ซึ่งเป็นบริษัทติดตามข้อมูลการขนส่ง ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 20 ลำ ซึ่งเคยติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย และบรรทุกน้ำมันรวมประมาณ 35 ล้านบาร์เรล ได้เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว หลังสหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง
นายเซย์ยิด บัดร์ บิน ฮาหมัด บิน ฮาหมูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน กล่าวในวันนี้ว่า การจัดการหรือข้อตกลงต่าง ๆ ในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ จะไม่รวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว
คำกล่าวของนายอัลบูไซดีสอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ยืนยันในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ ระบุว่า อิหร่านจะไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางสำหรับช่องแคบฮอร์มุซ
ซิตี้กรุ๊ปคาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะปรับตัวลงสู่ระดับ 60-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติ