สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันจันทร์ (29 มิ.ย.) โดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นกลุ่มก่อสร้าง ขณะที่นักลงทุนประเมินว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความยั่งยืนเพียงใด หลังทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบรอบล่าสุด
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 636.11 จุด เพิ่มขึ้น 0.23 จุด หรือ +0.04%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,367.33 จุด ลดลง 17.54 จุด หรือ -0.21%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,626.89 จุด ลดลง 44.33 จุด หรือ -0.18% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,484.22 จุด ลดลง 23.80 จุด หรือ -0.23%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวขึ้น 1.2% หลังเผชิญแรงขายอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้ดัชนีกลุ่มปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. โดยหุ้น STMicroelectronics พุ่งขึ้น 2.4%
แม้ว่าตลาดหุ้นยุโรปจะมีสัดส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) น้อยกว่าตลาดสหรัฐฯ และเอเชีย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกระแส AI จนดัชนีหลายแห่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปยังได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ทั่วโลก และกำลังทำผลงานรายไตรมาสดีที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี STOXX 600 อีกทั้งยังให้ผลตอบแทนเหนือกว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ในช่วงที่ตลาดหุ้นเอเชียและวอลล์สตรีทเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายที่ขับเคลื่อนด้วยหนี้สิน
นักวิเคราะห์ของ Lombard Odier Investment กล่าวว่า การที่จะปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้นยุโรปได้นั้น จำเป็นต้องเห็นผลของ AI ที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพและสะท้อนออกมาในผลประกอบการของบริษัทในยุโรป ซึ่งขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น
ด้านราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังนักลงทุนติดตามการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีผล แม้ว่าทั้งสองฝ่ายยังมีการโจมตีกันในช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนตกลงยุติการสู้รบและกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง
นักเศรษฐศาสตร์ของ Jefferies ระบุว่า แม้ยังมีการละเมิดข้อตกลงในระยะสั้น แต่เชื่อว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวไม่น่าจะเป็นทางออกระยะยาว แต่เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซดำเนินต่อไปได้
ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวยังทำให้บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดย J.P. Morgan เป็นสถาบันล่าสุดที่ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นยุโรป ณ สิ้นปี
นักลงทุนยังจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองซินตราในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีวิทยากรสำคัญ ได้แก่ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และ คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตลาดยังคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในช่วงที่เหลือของปีนี้
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Prosus ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลของเนเธอร์แลนด์ ปรับตัวขึ้น 2.4% หลังรายงานกำไรหลักที่ปรับปรุงแล้วทั้งปีเพิ่มขึ้น 84%
หุ้น Bridgepoint พุ่งขึ้น 16% หลังบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อแพลตฟอร์มการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ Kayne Anderson Real Estate ในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่ากิจการ 1.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในทางกลับกัน หุ้น Heidelberg Materials ร่วงลง 9.4% หลังบริษัทก่อสร้างเตือนระหว่างการประชุมกับนักวิเคราะห์ว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 มีแนวโน้มอ่อนแอ
ขณะที่หุ้น Deutsche Telekom ปรับตัวลง 5.5% หลังหนังสือพิมพ์ Handelsblatt ของเยอรมนีรายงานว่า ทิม เฮิตท์เกส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท กำลังเดินหน้าจัดทำแผนควบรวมกิจการกับ T-Mobile อย่างจริงจัง