สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ (29 มิ.ย.) โดยถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มการเงิน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,484.22 จุด ลดลง 23.80 จุด หรือ -0.23%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลง หลังราคาทองคำอ่อนตัวลง ท่ามกลางความกังวลว่า เหตุการณ์ตึงเครียดล่าสุดในตะวันออกกลางจะกระตุ้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยหุ้น Anglo American, Fresnillo และ Rio Tinto ปรับตัวลงระหว่าง 1.2%-3%
ด้านหุ้น British American Tobacco ปรับตัวลง 0.7% หลังผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่เปิดเผยแผนลดจำนวนพนักงานลง 20% ส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน
หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านของอังกฤษเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดยุโรป โดยดัชนีกลุ่มปรับตัวลง 2.4%
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Melrose Industries และ Babcock ปรับตัวลง 1.3% และ 5.1% ตามลำดับ หลังกระทรวงกลาโหมของอังกฤษเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ว่า รัฐบาลจะยกเลิกแผนการจัดหาเรือพิฆาตรุ่นใหม่เพื่อทดแทนเรือรุ่นเก่า และจะหันไปมุ่งเน้นการพัฒนาเรือรบไร้คนขับแทน
ขณะที่หุ้น Bridgepoint พุ่งขึ้น 16.1% หลังบริษัทไพรเวทอิควิตีบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ของ Kayne Anderson ในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าประมาณ 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วน BT และ Verizon ประกาศบรรลุข้อตกลงรวมธุรกิจลูกค้าองค์กรระหว่างประเทศของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน ภายใต้บริษัทร่วมทุนที่ถือหุ้นฝ่ายละ 50% ส่งผลให้หุ้นของ BT ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
ตลาดหุ้นแทบไม่ตอบสนองต่อการกล่าวสุนทรพจน์ด้านนโยบายของ แอนดี เบิร์นแฮม ซึ่งได้รับการคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ โดยเขายืนยันว่าจะยึดมั่นต่อกรอบวินัยการคลังเดิม พร้อมระบุว่าแผนการบริหารประเทศของเขาสอดคล้องกับนโยบายหาเสียงของพรรคในการเลือกตั้งปี 2567
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ผลสำรวจระบุว่า ความคาดหวังของภาคธุรกิจอังกฤษต่อการเติบโตในช่วงไตรมาสหน้าลดลงในเดือนนี้ แตะระดับต่ำสุดของปีนี้