ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net
การประชุมว่าด้วยการเรียนรู้ร่วมกันและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการเกษตร ครั้งที่ 4 "จากนาขั้นบันไดจื่อเชว่เจี๋ย สู่เวทีโลก"
ผู้กำหนดนโยบาย นักวิจัย และผู้นำภาคอุตสาหกรรมกว่า 300 คน ได้มารวมตัวกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางขุนเขาอันเขียวขจีของอำเภอซินหัว เมืองโหลวตี้ มณฑลหูหนาน เพื่อร่วมพิธีเปิดการประชุมว่าด้วยการเรียนรู้ร่วมกันและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการเกษตร ครั้งที่ 4 "จากนาขั้นบันไดจื่อเชว่เจี๋ย สู่เวทีโลก" (4th "From Ziquejie Terraces To The World" Global Farming Culture Exchange and Mutual Learning Conference) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมวิชาการว่าด้วยมรดกทางวัฒนธรรมการเกษตรแห่งเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 10 (10th East Asian Agricultural Cultural Heritage Symposium)
ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วยผู้แทนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ผู้แทนจากพื้นที่ที่ได้รับการรับรองภายใต้ระบบมรดกทางการเกษตรโลก (GIAHS) จากหลายภูมิภาคทั่วโลก นักวิชาการชั้นนำจากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ ตลอดจนผู้แทนจากภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจเอกชน
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "เทคโนโลยีส่งเสริมมรดกทางการเกษตร คนรุ่นใหม่ร่วมสร้างสรรค์อนาคต" (Technology Empowers Agricultural Heritage, Youth Co-creates the Future) โดยมีการบรรยายพิเศษที่เจาะลึกถึงบทบาทของนวัตกรรมล้ำสมัยในการฟื้นคุณค่าและต่อยอดวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานหลายศตวรรษให้สอดรับกับโลกยุคใหม่
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิของการประชุมประกอบด้วย เฌเรมี อึมเบียรามาจี (Jeremy Mbiaramadji) ผู้ประสานงานอาวุโสประจำสำนักเลขาธิการ GIAHS แห่ง FAO, คาซุฮิโกะ ทาเคอุจิ (Kazuhiko Takeuchi) ศาสตราจารย์ประจำ Institute for Future Initiatives แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว และประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมศึกษามรดกทางการเกษตรแห่งเอเชียตะวันออก (East Asian Agricultural Heritage Studies Association) และ อี ยุน-แจ (Lee Youn-Jae) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซาน และประธานร่วมของสมาคมศึกษามรดกทางการเกษตรแห่งเอเชียตะวันออก โดยเนื้อหาการบรรยายครอบคลุมประเด็นสำคัญหลากหลายด้าน อาทิ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ บทบาทของแหล่งมรดกทางการเกษตรในการฟื้นฟูชนบท ตลอดจนแนวทางใหม่ในการบูรณาการเกษตรกรรม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยล่าสุดและกรณีศึกษาจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเอเชียตะวันออก
นาขั้นบันไดจื่อเชว่เจี๋ย สร้างขึ้นบนไหล่เขาเมื่อกว่าสองพันปีมาแล้ว ถือเป็นมรดกมีชีวิตที่สะท้อนการผสมผสานอารยธรรมการปลูกข้าวของจีนตอนใต้ กับวิถีการล่าสัตว์และการประมงบนพื้นที่ภูเขาของกลุ่มชาติพันธุ์เหมียวและเย้า พื้นที่แห่งนี้ถือเป็นโครงสร้างชลประทานมรดกโลกแห่งแรก ๆ ของจีน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ภายใต้ระบบมรดกทางการเกษตรโลก อีกทั้งยังคงมีบทบาทสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตของชุมชนท้องถิ่นมาจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงหลายปีมานี้ เมืองโหลวตี้ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการติดตามและอนุรักษ์นาขั้นบันไดจื่อเชว่เจี๋ย ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ Internet of Things (IoT) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) ขณะเดียวกัน โครงการสร้างสรรค์ต่าง ๆ ตั้งแต่ "โครงการอุปถัมภ์ผืนนา" (adopt-a-paddy) การทำนาข้าวที่สามารถติดตามกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ไปจนถึงโครงการศึกษาวิถีเกษตรกรรมเชิงประสบการณ์ ได้ช่วยยกระดับการอนุรักษ์มรดกทางการเกษตรให้เป็นพลังขับเคลื่อนโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเข้ากับผู้คนจากทั่วโลกที่สนใจเรียนรู้ภูมิปัญญาการเกษตรอย่างยั่งยืนที่สั่งสมและสืบทอดมายาวนานนับพันปี
ที่มา: ซินหัว-เอเชียเน็ท/ดาต้าเซ็ต
ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net