ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.84 ทรงตัวจากเช้า ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลุ้นพรุ่งนี้แตะ 33 บาท

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.84 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจาก
ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.85 บาท/ดอลลาร์
          โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.79 - 32.89 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทค่อนข้างเคลื่อนไหวในกรอบค่อน
ข้างแคบ แต่ภาพใหญ่ในตลาดยังคงรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรอตัวเลขเงินเฟ้อ สหรัฐฯ คืนวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) 
          นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75 - 33.00 บาท/ดอลลาร์ 

          * ปัจจัยสำคัญ
          - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 160.16 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 160.17 เยน/ดอลลาร์
          - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1560 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์/ยูโร
          - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,584.14 จุด เพิ่มขึ้น 22.46 จุด (+1.44%) มูลค่าการซื้อขาย 70,506.73 ล้านบาท 
          - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 560.38 ล้านบาท
          - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย คาดว่า จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจ ช่วงปลายเดือนมิ.ย. 69 
นี้ หรือต้นเดือนก.ค. 69 โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ มีลุ้นโต 2-2.5%
          - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) 
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน จะเข้าพบกับ รมว.คลัง ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เพื่อหารือมาตรการขับเคลื่อนตลาดทุน โดยเฉพาะ
โครงการ TISA และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าสินทรัพย์ใดที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในโครงการดังกล่าว รวมทั้งวงเงินลงทุนที่เหมาะสม 
ซึ่งกระทรวงการคลัง จะพิจารณามาตรการคลังที่เข้ามาช่วยสนับสนุน โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเร็ว ๆ นี้
          - ส.อ.ท. เห็นด้วยที่กระทรวงการคลัง จะทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะกรณีการนำ
ข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของบุตร มาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการพิจารณา โดยเห็นว่าควรมีระบบตรวจสอบที่
ละเอียด และเป็นธรรม เพื่อไม่ให้กลุ่มเปราะบางตกหล่นจากระบบ
          - ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายฉุกเฉิน 0.25% สู่ระดับ 5.50% หลังจัดการประชุม
นอกกำหนดการปกติ เพื่อรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อค่าเงินรูเปียห์ และชี้ว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุน
เสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเปียห์ ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง และความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจโลก
          - ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริง ขยายตัว 1.8% ในไตรมาส 
1/2569 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสูงกว่าการประมาณการครั้งก่อน 0.1% และเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุด ในรอบกว่า 
5 ปี หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2563 โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของยอดส่งออก และอุปสงค์ภายในประเทศ
          - กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ย้ำจุดยืนในการใช้มาตรการเข้มงวดต่อการซื้อขายเก็งกำไรที่กระทบกลไก
ตลาด ท่ามกลางความผันผวนของเงินวอนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า ภาครัฐกำลังติดตามสถานการณ์
ตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของตลาด และกระแสการซื้อขายขนาดใหญ่