🚀*กูรูตบเท้าเตือนสตินักลงทุนคิดให้ดีก่อนซื้อหุ้น SpaceX ของ "อีลอน มัสก์"

บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) โดยคาดว่าจะทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยต่างพากันแสดงความสนใจอย่างมาก เพื่อหวังเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจจรวด ดาวเทียม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของนายอีลอน มัสก์

การทำ IPO ครั้งนี้ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ FOMO (Fear of Missing Out) หรือ "การที่นักลงทุนกลัวว่าจะตกขบวน" ที่ร้อนแรงที่สุดของปี แม้ว่า SpaceX จะยังไม่มีกำไร โดยความต้องการซื้อหุ้นล่วงหน้าสูงมากจนธนาคารผู้จัดจำหน่ายได้รับคำสั่งซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายถึงสองเท่าแล้ว

ทั้งนี้ SpaceX เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 555.6 ล้านหุ้น ในราคา 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นเพื่อหวังระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การทำ IPO ของสหรัฐ และจะส่งผลให้มูลค่าของบริษัทพุ่งไปถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และติดกลุ่ม 10 บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงสุดในสหรัฐ

นอกจากนี้ บริษัทจะเคาะราคา IPO ขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มิ.ย. ก่อนที่จะเริ่มเปิดทำการซื้อขายหุ้นบนกระดานตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ในวันที่ 12 มิ.ย.

มีรายงานว่า SpaceX ได้จัดสรรหุ้นไว้สำหรับนักลงทุนรายย่อยมากถึง 30% ของหุ้น IPO ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พบได้ไม่บ่อยนักสำหรับ IPO ขนาดใหญ่ที่โดยปกติมักถูกครอบครองโดยนักลงทุนสถาบัน


🔴*ไทยติดโผกลุ่มประเทศมีสิทธิ์ซื้อหุ้น SpaceX

รายชื่อประเทศที่นักลงทุนอาจมีสิทธิ์เข้าซื้อหุ้น SpaceX ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล โคลอมเบีย เดนมาร์ก กลุ่มเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิสราเอล มาเลเซีย เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ เปรู ฟิลิปปินส์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหราชอาณาจักร

แม้การเสนอขายหุ้นของ SpaceX จะเปิดให้นักลงทุนในหลายประเทศเข้าร่วมได้ แต่ระดับการเข้าถึงแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด

นักลงทุนต่างชาติอาจต้องเผชิญกับเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น คุณสมบัติของผู้ลงทุน ข้อจำกัดด้านการจัดสรรหุ้น หรือข้อกำหนดทางกฎหมายที่แตกต่างจากนักลงทุนในสหรัฐ

นักลงทุนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในประเทศต่าง ๆ เช่น เยอรมนี เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน และสวีเดน จะสามารถซื้อหุ้นได้หลังจากหนังสือชี้ชวนในยุโรปได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

ทั้งนี้ ทุกประเทศมีข้อจำกัดและกฎเกณฑ์แตกต่างกัน นักลงทุนควรตรวจสอบกับหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศของตน

สำหรับนักลงทุนในประเทศไทย หากมีความสนใจลงทุนในหุ้น SpaceX สามารถลงทุนทางอ้อมผ่าน ETF และกองทุนรวมที่มี SpaceX อยู่ในพอร์ต


🔴*หากไม่ได้รับการจัดสรรหุ้น IPO จะทำอย่างไร?

นักลงทุนยังสามารถซื้อหุ้น SpaceX ได้หลังจากเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นอาจปรับตัวผันผวนอย่างรุนแรงเมื่อเริ่มการซื้อขายในตลาด โดยเฉพาะหากความต้องการซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่มีอยู่

IPO ที่ได้รับความนิยมมักเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "IPO Pop" คือราคาหุ้นพุ่งสูงกว่าราคาเสนอขายในวันแรก เนื่องจากนักลงทุนที่พลาดการได้รับจัดสรรหุ้นจะพยายามเข้าซื้อในตลาดรอง

นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนดัชนี เช่น Nasdaq 100 ซึ่งได้อนุญาตให้นำ SpaceX เข้าคำนวณในดัชนี


🔴*นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงอะไรบ้าง?

ด้วยมูลค่าบริษัทที่คิดเป็นประมาณ 110 เท่าของรายได้ย้อนหลัง การประเมินมูลค่าของ SpaceX สะท้อนความคาดหวังว่าบริษัทจะเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปี

นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่ามูลค่าดังกล่าวตั้งอยู่บนความคาดหวังในอนาคตที่สูงมาก จึงเหลือพื้นที่สำหรับความผิดหวังน้อยมากหากผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาด

นอกจากนี้ SpaceX ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยจรวด การส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งล้วนส่งผลต่อผลประกอบการทางการเงิน

ในหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหุ้น SpaceX ระบุว่า บริษัทไม่ได้คาดหวังว่าจะมีกำไรในอนาคตอันใกล้ ขณะที่มีผลขาดทุนประมาณ 4.3 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด

นอกจากนี้ หุ้นของ SpaceX ยังไม่น่าจะได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากดัชนีกำหนดให้บริษัทต้องมีกำไรและผ่านเกณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน มูลค่าหุ้น SpaceX อาจเผชิญแรงกดดันในอนาคต เมื่อบริษัท AI รายใหญ่อย่าง แอนโทรปิก (Anthropic) และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน รวมทั้งเมื่อนักลงทุนดั้งเดิมและพนักงานของบริษัทเริ่มเทขายหุ้น SpaceX ในตลาดหลังหมดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period)


🔴*นักวิเคราะห์ตบเท้าเตือนสตินักลงทุนคิดให้ดีก่อนซื้อหุ้น SpaceX

นักวิเคราะห์ของ Morningstar ระบุว่า SpaceX มีมูลค่าสูงเกินจริงอย่างมาก และมองว่านักลงทุนอาจซื้อหุ้นได้ในราคาที่น่าสนใจกว่าหลังจากเข้าตลาดแล้ว

พวกเขาชี้ว่ามูลค่าส่วนใหญ่ของ SpaceX ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเทคโนโลยีที่ยังถือว่าใหม่และยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ขณะที่บริษัทมีแนวโน้มต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมากต่อเนื่องอีกหลายปี

นักวิเคราะห์ของ Truist Financial เตือนว่าหุ้น SpaceX อาจมีความผันผวนสูงในช่วงเริ่มต้นการซื้อขาย

ด้านนายไมเคิล เบอร์รี ผู้เชี่ยวชาญชื่อดังที่ได้เคยเตือนตลาดเกี่ยวกับการเกิดวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ หรือ Subprime ในปี 2005-2007 กล่าวว่า ไม่มีอะไรในเอกสาร IPO ของ SpaceX ที่บ่งชี้ว่าบริษัทควรมีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ "ยิ่งไม่ต้องพูดถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์"

นักวิเคราะห์รายอื่น ๆ ก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของหุ้น SpaceX เช่น นายฟรังโก กรันดา จาก PitchBook ระบุว่า หุ้น SpaceX อาจเคลื่อนไหวคล้ายกับหุ้นของ Tesla แต่จะรุนแรงยิ่งกว่า

นายเจย์ ริตเตอร์ ศาสตราจารย์ด้านการเงินจาก University of Florida ให้สัมภาษณ์กับ Forbes ว่า หุ้น SpaceX จะได้รับอิทธิพลจากนายอีลอน มัสก์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อหุ้น IPO แต่ก็อาจเพิ่มความผันผวนในระยะยาว

เขายังเตือนว่า นักลงทุนมีความเสี่ยงด้านขาลงอยู่มาก เนื่องจากนายอีลอน มัสก์จะมีอำนาจออกเสียงเหนือผู้ถือหุ้นรายอื่นอย่างมาก


🔴*SpaceX ยังต้องพึ่งพา Starlink อย่างมาก

ในเอกสารหนังสือชี้ชวน SpaceX เปิดเผยว่า บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 4.28 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด หลังจากขาดทุน 4.94 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025

รายได้ส่วนใหญ่ของ SpaceX มาจากบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink โดยคิดเป็น 69% ของรายได้ในไตรมาสแรก

ธุรกิจด้านการเชื่อมต่อสื่อสาร ซึ่งรวม Starlink เป็นธุรกิจเดียวที่ทำกำไรได้ ขณะที่ธุรกิจอวกาศของบริษัทขาดทุน 619 ล้านดอลลาร์ และธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขาดทุน 2.5 พันล้านดอลลาร์

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในปัจจุบัน Starlink ยังคงเป็นแหล่งรายได้และกำไรหลักที่ค้ำจุนธุรกิจโดยรวมของ SpaceX