โบรกฯเชียร์ ‘ซื้อ’ PLANB สื่อโฆษณาในเซเว่นฯ-โอลิมปิก 2020 หนุน

โบรกเกอร์ แนะนำ”ซื้อ”หุ้น บมจ.แพลน บี มีเดีย (PLANB) หลังมองแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ เติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยบวกหลักที่มาจากการ Synergy ร่วมกับ บมจ.วีจีไอ (VGI) และ บมจ.มาสเตอร์ แอด (MACO) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายหลักของธุรกิจสื่อนอกบ้าน คาดว่าจะเห็นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ร่วมกัน และขาย bundle package ได้มากยิ่งขึ้น และมีอำนาจต่อรอง รวมถึงลดค่าใช้จ่ายเพื่อประสิทธิภาพการทำกำไรได้ดีขึ้น

ปัจจุบัน บมจ.วีจีไอ (VGI) ถือหุ้นใน MACO 33.17% และถือหุ้นใน PLANB 18.8% ขณะที่ PLANB อยู่ระหว่างจะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน MACO เพื่อเข้าถือหุ้นสัดส่วน 19.96%

ขณะเดียวกัน PLANB ยังมีการขยายสื่อโฆษณาใหม่ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในเดือน เม.ย.63 จำนวน 500 สาขา และช่วงครึ่งหลังของปี 63 อีก 500 สาขา ประกอบกับได้รับสิทธิบริหารสื่อของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่จะทำให้มีรายได้เข้ามาจากหลายช่องทางมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดธุรกิจ Engage Marketing อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีการเติบโตจากการรับรู้รายได้จากรายการใหม่ของ iAM ที่รีแบรนด์จาก BNK48 และการบริหารสื่อของฟุตบอลไทยด้วย

ช่วงบ่ายราคาหุ้น PLANB อยู่ที่ 7.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 2.72% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย ลดลง 0.21%

นายประสิทธิ์ รัตนกิจกมล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ประเมินกำไรสุทธิปี 63 ของ PLANB เติบโตราว 40% จากปีก่อน โดยปัจจัยบวกหลัก ๆ มาจากการขยาย Media Capacity ของ PLANB ที่จะเริ่มเห็นผลในปีนี้ อาทิ การขยายสื่อโฆษณาใหม่ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในเดือนเม.ย.63 จำนวน 500 สาขา และในเดือนต.ค.63 อีก 500 สาขา

ประกอบกับการได้รับสิทธิบริหารสื่อของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาจากหลายช่องทาง เช่น การจัดแคมเปญร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งจะรับรู้รายได้จนถึงช่วงการจัดการแข่งขันในเดือนส.ค.63 นอกจากนี้ยังมีการหาพันธมิตรเพื่อร่วมถ่ายทอดการแข่งขันกีฬา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

ขณะเดียวกันยังจะมีการ Synergy ระหว่าง VGI และ MACO ผู้ประกอบการรายหลักของธุรกิจสื่อนอกบ้าน ซึ่งจะทำให้ PLANB มีอำนาจการต่อรองมากขึ้น ทั้งในด้านการลดค่า Incentive, การเจรจาค่าเช่ากับเจ้าของพื้นที่, การหาสัมปทาน และการแบ่งงานที่ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรได้ดีขึ้น

“การที่ PLANB มีการ Synergy จะช่วยในเรื่องของการลด cost ที่เกิดขึ้น รวมถึงจะได้เห็นการออก product ใหม่ ๆ ร่วมกันที่เป็น bundle package ออกมาให้เห็นมากขึ้น อย่างปีที่แล้วร่วมกันฉายโฆษณาเดียวกันในช่วงเวลา Primetime พร้อมกันทุกจอ ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเห็นอะไรใหม่ ๆ แบบนี้ที่มาจากการ synergy มากขึ้น” นายประสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ PLANB ยังมีการรุกตลาด “Engage Marketing” มากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการหารายได้และเพิ่มมูลค่าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เช่น การต่อยอดธุรกิจ Music Marketing ปัจจุบันการเข้าถือหุ้นของ BNK48 และมีการรีแบรนด์เป็น iAM คาดว่าจะมีการรับรู้รายได้จากรายการใหม่ชื่อ “The Brothers” ประกอบกับการต่อยอดธุรกิจบริหารสิทธิสื่อของฟุตบอลไทยด้วย

นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมธุรกิจสื่อนอกบ้านเป็นหนึ่งในธุรกิจสื่อไม่กี่ประเภทที่มีแนวโน้มเติบโตได้ในสภาวะที่เม็ดเงินของธุรกิจสื่อโดยรวมกำลังหดตัว จากปัจจุบันผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้นประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการแบรนด์ต่าง ๆ มีการระมัดระวังการใช้จ่ายงบประมาณโฆษณามากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีมองว่าสื่อนอกบ้านมีแนวโน้มเติบโตที่ดีในอนาคต จากเทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนช่วยให้สื่อมีลูกเล่นใหม่ ๆ และมีความยืดหยุ่นได้มากกว่า

ด้านบทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุว่า ยังคงคาดกำไรสุทธิของ PLANB เติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปีในช่วงปี 62-64 โดยผลประกอบการที่ขยายตัว มาจากแนวโน้มสื่อโฆษณานอกบ้านยังเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายสื่อใหม่ ๆ สวนทางกับภาพสื่อโฆษณาโดยรวมที่ไม่เติบโตตามสภาวะเศรษฐกิจ โดยมองว่ายังมีโอกาสการเติบโตของสื่อกลุ่มโฆษณานอกบ้านได้อีกมาก รวมถึง PLANB จากการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มพันธมิตรครอบคลุมสื่อนอกบ้านหลากหลายมากขึ้น

ขณะเดียวกันยังมีโอกาสการเติบโตจากการร่วมเป็นพันธมิตรกับ VGI, MACO ทำให้ทั้งกลุ่มรวมกันเป็นผู้นำสื่อนอกบ้านมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 80% ทำให้สามารถขาย bundle package ได้มากยิ่งขึ้น โดยคาดการใช้สื่อโฆษณาเฉลี่ยรวมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 78-80% จากการร่วม Synergy รวมถึงการขยายสื่อป้ายดิจิทัลของ PLANB ปีนี้เพิ่มขึ้นและขยายสื่อดิจิทัลต่อเนื่องทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีการบริหารสิทธิสื่อกีฬาโอลิมปิกญี่ปุ่นปี 63 โดยมีการทำสัญญาได้ sponsorship กับ AIS, Toyota ทำให้รายได้ถึง 60-70% ของเป้าหมายที่ 500 ล้านบาท และการขยายสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ 7-11 คาดเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เม.ย.63 จำนวน 500 สาขา และช่วงครึ่งหลังปี 63 อีก 500 สาขา และปี 64 อีก 1,000 สาขา และคาดรายได้จาก iAM ปี 62 อยู่ที่ 550 ล้านบาท และปี 63-64 เพิ่มขึ้นปีละ 10%

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยจากการที่ผู้ถือหุ้นส่วนมากอนุมัติให้เข้าลงทุนใน MACO ทำให้โอกาสที่ดีลนี้จะสำเร็จมีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอผลการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น MACO ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 14 ม.ค.62 หากผู้ถือหุ้น MACO ส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบให้ PLANB เข้าลงทุนใน MACO ก็จะถือว่าดีลนี้สำเร็จและจะส่งผลบวกต่อราคาหุ้น PLANB

อย่างไรก็ตามในการประชุมผู้ถือหุ้นของ PLANB ครั้งที่ผ่านมา นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากป้ายโฆษณาบางส่วนของ MACO ที่อาจไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยผู้บริหาร PLANB คาดว่าจะจัดการดำเนินการตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารและกฏหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน MACO เรียบร้อย ซึ่งเบื้องต้นประเมินเวลาในการดำเนินการที่ 3-6 เดือน

อย่างไรก็ตาม PLANB ได้เจรจากับ MACO ให้รับผิดชอบกรณีมีความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากพ.ร.บ.ควบคุมอาคารภายใน 1 ปี หลังการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ PLANB มั่นใจว่าจะรับรู้รายได้จาก Synergy กับ MACO ทันทีหลังจากการเข้าลงทุน ประเมินส่วนแบ่งรายได้จาก MACO ในปี 63 ที่ 127 ล้านบาท อิงรายได้สื่อ MACO ที่ 850 ล้านบาท และกำไรสุทธิจาก MACO ที่ 82 ล้านบาท ไม่รวม Dividend income ที่ได้รับจาก MACO

นอกจากนี้ผู้บริหาร PLANB ยังได้เผยถึงความคืบหน้า Sponsorship ของ Tokyo Olympic 2020 ว่าทาง PLANB ปัจจุบันได้ secure รายได้จาก sponsorship ที่ครอบคลุมต้นทุนค่า license และการออกอากาศเรียบร้อยแล้ว และประเมินรายได้จากโอลิมปิกอยู่ที่ 548 ล้านบาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ม.ค. 63)

Tags: