เงินบาทเปิด 30.37 ต่อดอลล์ อ่อนค่าจากแรงซื้อดอลลาร์-เงินไหลออก

  • เงินบาทอ่อนค่าจากเย็นเมื่อวานนี้ หลังมีแรงไล่ซื้อดอลลาร์เข้ามาในตลาด
  • วันนี้นักวิเคราะห์คาดเงินบาทแนวโน้มผันผวน เคลื่อนไหวในกรอบ 30.35 – 30.50 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 30.37 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 30.34 บาท/ดอลลาร์ และเมื่อเวลา 08.36 น. เงินบาทอยู่ที่ 30.46 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าในรอบ 3 เดือน เนื่องจากมีแรงซื้อดอลลาร์เข้ามามากประกอบกับมีเงินทุนต่างประเทศไหลออก

“บาทอ่อนค่ามากจากเย็นวานนี้หลังมีแรงไล่ซื้อดอลลาร์เข้ามาในตลาด และมี flow ไหลออก” นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.35 – 30.50 บาท/ดอลลาร์

“วันนี้บาทน่าจะผันผวนหลังอ่อนค่าไปมาก คาดว่ามีคนตั้งรอขายที่ระดับ 30.50 บาท/ดอลลาร์” นักบริหารเงิน กล่าว

THAI BAHT FIX 3M (16 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.10435% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.12050%

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยนอยู่ที่ 110.17 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 109.99 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.1135 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1153 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 30.3070 บาท/ดอลลาร์
  • “สมคิด” สั่งจับตาผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน จบเฟสแรกยังต้องลุ้นเฟส 2 จะปะทุอีกหรือไม่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนก.ค.ปีนี้เร่งคลัง-บีโอไอเพิ่มค่าลดหย่อนหนุนเอกชน-รัฐวิสาหกิจลงทุนโดยนำเข้าเครื่องจักร-อุปกรณ์มากขึ้นช่วยลดค่าเงินบาทแข็ง
  • ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐและจีน ลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในสงครามการค้าระหว่าง 2 ประเทศว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดี เป็นปัจจัยบวกกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในช่วงก่อนหน้านี้
  • ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลการลงนามในสัญญาการค้าระยะที่ 1 ระหว่างสหรัฐกับจีนจะเป็นผลดีต่อการค้าโลกให้มีความคึกคักมากขึ้น แต่เชื่อว่าในภาพรวมการส่งออกไทยไม่ได้รับประโยชน์มากนักและน่าจะมีสินค้าอย่างน้อย 3 ชนิดที่จะมีผลกระทบในเชิงลบ โดยเฉพาะการส่งออกเครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน และอาหารทะเล ที่ไทยส่งออกไปจีน เนื่องจากตามสัญญาจีนต้องซื้อสินค้าจากสหรัฐเพิ่มในช่วง 2 ปีมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ซึ่งสินค้าทั้ง 3 ชนิดไทยมีมูลค่าส่งออกที่มากพอสมควรและเป็นสินค้าที่สหรัฐต้องการส่งออกมาจีนด้วย
  • รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้เร่งรัดให้กรมบัญชีกลางเตรียมพร้อมการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 63 อาทิ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างให้ดำเนินการไปก่อน พอหลังจากงบประมาณมีผลบังคับใช้ก็ให้ลงนามสัญญาเพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้ากว่ากำหนด 4-5 เดือน เป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น เพราะถ้ารอให้งบประมาณผ่านแล้วค่อยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้ากว่าเดิม
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้แม้สหรัฐและจีนจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟส 1 แล้ว แต่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และน่าจะไม่จบในระยะอันใกล้ โดยสถานการณ์ที่จะมีผลต่อไทยนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากการบรรลุความตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในเฟส 1 ได้ตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง แต่เงื่อนไขทางการเมืองในฝั่งสหรัฐฯ ในช่วงเวลาใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐนี้ นับเป็นจุดอ่อนไหวที่ต้องจับตาอย่างมาก เพราะสงครามการค้าอาจถูกใช้เป็นหมากสำคัญในเกมการเมือง อันจะมีผลให้ความตกลงระหว่างสหรัฐกับจีนพร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
  • องค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมานั้น อาจเป็นปัจจัยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็คาดว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.7% ในปี 2563 จากระดับ 2.2% ในปี 2562 เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในสหรัฐที่ยังคงไม่แน่นอน ประกอบกับความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจที่อ่อนแอลง และมาตรการกระตุ้นการคลังที่ลดน้อยลง
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนธ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 0.3% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 204,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 216,000 ราย
  • วุฒิสภาสหรัฐให้การอนุมัติข้อตกลงการค้าสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากสหรัฐและจีนลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกอย่างเป็นทางการ โดยนักลงทุนเชื่อว่าข้อตกลงการค้าเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐและทั่วโลก
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกที่ทำสถิติพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งทำนิวไฮ และทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.
  • นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนพ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ม.ค. 63)

Tags: , ,