เงินบาทเปิด 31.47/49 ต่อดอลล์ จับตาสถานการณ์โควิด

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 31.47/49 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.61 บาท/ดอลลาร์

“วันนี้ตลาดน่าจะยังให้ความสำคัญไปที่สถานการณ์โควิด ขณะที่ต้องจับตาสหภาพยุโรป (EU) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ระหว่าง 31.40-31.60 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (14 ก.ค.) อยู่ที่ระดับ 0.29521% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 0.35105%

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยนอยู่ที่ 107.25/29 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 107.37 บาท/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.1410/1415 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 1.1354 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.5140 บาท/ดอลลาร์
  • ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด -19 มีแนวโน้มกลับมาระบาดรอบ 2 หลังจากทหารอียิปต์ ติดเชื้อโควิด-19 ไม่กักตัว ว่า ภาคเอกชนไม่ต้องการให้รัฐบาลตื่นตระหนกเกินไป จนกลับมาประกาศล็อกดาวน์ รอบ 2 สั่งปิดธุรกิจต่าง ๆ อีกครั้งเนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ได้รับผลกระทบอย่างหนักทำมาหากินลำบาก จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกำลังซื้อไม่มี ซึ่งหลาย ๆ ธุรกิจเพิ่งกลับมาเปิดกิจการค่อย ๆ กลับมาฟื้นอีกรอบ หากภาครัฐตัดสินใจเร็วประกาศล็อกดาวน์รอบ 2 จะยิ่งส่ง
    ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและภาคเศรษฐกิจอย่างหนักทันที แต่สิ่งสำคัญขอให้ภาครัฐเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป
  • “คลัง” ยันมีแผนรับมือได้หากโควิด-19 ระบาดรอบ 2 แจงที่ผ่านมาไทยรับมือได้ดี เชื่อสถานการณ์ที่เกิดตอนนี้ไม่บานปลาย มั่นใจโครงการเที่ยวไปด้วยกันยังเดินหน้าต่อได้ “วิรไท” ย้ำเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
  • รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับสถาบันการเงิน ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ ผู้ค้าทองคำออนไลน์ กลุ่มตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทีเฟ็กซ์ และกระทรวงการคลัง เพื่อปรับแก้เกณฑ์ใหม่สนับสนุนให้ใช้การซื้อขายทองคำในรูปแบบของเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะปัจจุบันผู้ค้าทองใช้การซื้อขายทองคำรูปแบบเงินบาทไทยเกือบทั้งหมด จึงส่งผลต่อค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา แต่การปรับแก้เกณฑ์ต้องใช้เวลาหารือสรุปกันอีกมาก เพราะกังวลว่าจะกระทบต่อชาวบ้านที่ซื้อขายทองเป็นราย
    ย่อย คาดว่าประกาศได้ในปีนี้
  • “แบงก์ชาติ” ยันไม่ต่ออายุมาตรการ “พักชำระหนี้” เป็นการทั่วไปในกลุ่มเอสเอ็มอี หวั่นสร้างผลข้างเคียงกระทบวินัยชำระหนี้ ฉุดเสถียรภาพระบบการเงินระยะยาว ขณะแบงก์พาณิชย์มีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดพร้อมลุยศึกษาผลกระทบจากดอกเบี้ยต่ำนาน ห่วงผู้ออมเงิน ย้ำโอกาสเห็นดอกเบี้ย 0% มีน้อย
  • “กระทรวงพลังงาน” ทบทวนแผนพลังงานรับผลกระทบโควิด เลื่อนใช้อี 20 เป็นน้ำมันมาตรฐาน เดินหน้าปรับพีดีพีครั้งที่ 2 กฟผ.ชี้ยอดใช้ไฟลดลง 3% ดันต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น ค้านนำกำไร 3 การไฟฟ้าไปลดค่าไฟ ปตท.คาดครึ่งปีหลัง น้ำมันดิบทรงตัว 40 ดอลลาร์
  • Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 13,265,294 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 576,246 ราย
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายการคว่ำบาตรจีน เพื่อตอบโต้จีนที่แทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งของฝ่ายบริหาร เพื่อยุติการให้สถานะพิเศษแก่ฮ่องกงด้วย
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปดีดตัวขึ้น 0.6% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2555 โดยได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย.
  • ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าสหภาพยุโรป (EU) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.20 เยน จากระดับ 107.28 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9391 ฟรังก์ จากระดับ 0.9416 ฟรังก์ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3621 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3587 ดอลลาร์แคนาดา
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี สัญญาทองคำขยับลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลก รวมทั้งความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน
  • ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.ค.จากเฟดนิวยอร์ก, ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนมิ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., ดัชนีการผลิตเดือนก.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ค., ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน มิ.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.ค. 63)

Tags: , ,
Back to Top