น้ำมัน WTI ปิดบวก 22 เซนต์ ขานรับข้อมูลบ่งชี้เศรษฐกิจฟื้นตัว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ก.ค.) หลังการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน โดยนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 41.29 ดอลลาร์/บาร์เรล และเพิ่มขึ้น 1.3% ในรอบสัปดาห์นี้

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 3 เซนต์ หรือ 0.07% ปิดที่ 43.34 ดอลลาร์/บาร์เรล และเพิ่มขึ้น 0.5% ในรอบสัปดาห์นี้

นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบ เนื่องจากเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ พุ่งขึ้น 13.8% สู่ระดับ 776,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะเพิ่มขึ้น 4% สู่ระดับ 700,000 ยูนิต

ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 50.0 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 47.9 ในเดือนมิ.ย.

การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสจากยุโรปก็ได้ช่วยหนุนตลาดน้ำมันด้วย โดยไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 51.1 ในเดือนก.ค. จากระดับ 47.4 ในเดือนมิ.ย. ดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50.0 โดยดัชนีภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนก.ค. แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือน

ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 25 เดือนที่ 55.1 ในเดือนก.ค. จากระดับ 48.3 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 51

นักวิเคราะห์ระบุว่า แนวโน้มตลาดน้ำมันยังคงเป็นไปในเชิงบวก หลังราคาแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนในสัปดาห์นี้

ส่วนบรรดาเทรดเดอร์ก็ยังคงจับตาผลกระทบจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ซึ่งอาจทำให้ภาวะธุรกิจชะงักงัน และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวอีกครั้ง ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐ-จีน หลังจีนสั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเฉิงตู เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตันโดยให้เหตุผลว่าจีนทำการจารกรรมข้อมูลลับของสหรัฐ

บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ซึ่งให้บริการขุดเจาะน้ำมันเปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1 แท่น สู่ระดับ 181 แท่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า อาจจะมีการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น

ตลาดจะจับตาผลกระทบด้านการนำเข้าและส่งออกน้ำมันดิบในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ซึ่งอาจเกิดจากพายุโซนร้อนฮันนา และพายุโซนร้อนกอนซาโลที่จะพัดขึ้นฝั่งในช่วงสุดสัปดาห์นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.ค. 63)

Tags: , , , ,
Back to Top