หุ้นไทยเช้านี้แนวโน้มลุ้นรีบาวด์ รับวัคซีนโควิดคืบหน้าแต่อาจเจอแรงขายทำกำไร

นักวิเคราะห์เล็งตลาดหุ้นไทยเช้านี้รีบาวด์ตามตลาดต่างประเทศ ขานรับพัฒนาการวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลัง”โมเดอร์นา อิงค์”เผยประสิทธิภาพวัคซีนในการป้องกันไวรัสโควิด-19 มากกว่า 94% ทำให้ผ่อนคลายความกังวลการแพร่ระบาดโควิด และราคาน้ำมันก็พุ่งแรงเล็งหนุนกลุ่มพลังงาน

แต่ตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมา หลังต่างชาติกลับมาขายอีกครั้ง-ตลาดฯขึ้นไปมากแล้ว-การเมืองในประเทศถ่วง หลังจะมีการชุมนุมการเมืองบ่ายนี้ท่ามกลางการประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมให้ติดตามการประชุมครม.วันนี้ด้วย โดยให้แนวรับ 1,340 แนวต้าน 1,365 จุด

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ตามตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นเอเชีย ตลาดยุโรป รวมถึงตลาดสหรัฐฯ ต่างปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า ขานรับพัฒนการวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังจาก”โมเดอร์นา อิงค์”ในสหรัฐแถลงผลการทดลองเฟส 3 พบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสโควิด-19 มากกว่า 94% ส่งผลให้ความกังวลผ่อนคลายลง และราคาน้ำมันก็ปรับขึ้นแรงด้วยจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน

อย่างไรก็ดี ตลาดฯ อาจเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมา หลังต่างชาติกลับมาขายอีกครั้ง สอดคล้องกับกับแรงขายที่เกิดขึ้นในตลาดอาเซียน ซึ่งมองว่าเป็นการขายทำกำไรหลังจากขึ้นไปมากแล้ว ทำให้ปรับฐานในช่วงสั้นหลังจากที่ตลาดหุ้นไทยขึ้นไปแรงสุดในเอเชีย

นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองในประเทศก็ยังกดดันตลาดบ้างหากไม่เกิดความรุนแรงขึ้น แต่ยังต้องติดตามการชุมนุมที่จะเริ่มขึ้นในบ่ายวันนี้ที่หน้ารัฐสภาซึ่งจะมีการประชุมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้

อย่างไรก็ดี ปัจจัยโดยรวมรอบด้านยังดี ทั้งอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในไตรมาส 3/63 ออกมาดีกว่าคาด และผลประกอบการงวดไตรมาส 3/63 ของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาดด้วยเช่นกัน จึงมองการปรับฐานของตลาดฯอาจเป็นแค่แรงขายทำกำไรหลังขึ้นไปมากแล้ว และพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) ต้องติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อน

พร้อมให้แนวรับ 1,340 จุด ส่วนแนวต้าน 1,365 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (16 พ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,950.44 จุด เพิ่มขึ้น 470.63 จุด (+1.60%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,626.91 จุด เพิ่มขึ้น 41.76 จุด (+1.16%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,924.13 จุด เพิ่มขึ้น 94.84 จุด (+0.80%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 0.18 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 136.52 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 133.42 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 171.94 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 1.09 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 16.13 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 0.04 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (16 พ.ย.63) 1,351.06 จุด เพิ่มขึ้น 4.59 จุด (+0.34%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,225.80 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 พ.ย.63
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ธ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (16 พ.ย.63) ปิดที่ 41.34 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 1.21 ดอลลาร์ หรือ 3%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (16 พ.ย.63) อยู่ที่ 0.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 30.17/18 แนวโน้มแข็งค่า รับข่าวคืบหน้าผลิตวัคซีนต้านโควิด
  • “อาคม” ชี้ต่างชาติเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยดันเงินบาทแข็งค่า ถกแบงก์ชาติออกมาตรการดูแลสกัดเก็งกำไร เผยครึ่งเดือนเงินทุนไหลเข้าทะลัก “หุ้น-บอนด์” 7.2 หมื่นล้าน โดยเฉพาะตราสารหนี้อายุต่ำกว่า 1 ปียอดพุ่ง 4.6 หมื่นล้าน บลจ.ไทยพาณิชย์คาดปีหน้าต่างชาติโหมซื้อพันธบัตร 3-6 แสนล้าน ดันค่าเงินทะลุ 29 บาทต่อดอลลาร์
  • สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 3 ติดลบ 6.4% พ้นจุดต่ำสุด ปรับทั้งปีเหลือติดลบ 6% คาดปีหน้าบวก 4% เตือนเฝ้าระวังไม่ให้ระบาดรอบ 2 ห่วงจ้างแรงงานปีหน้า ไม่ขัดคลังขอใช้งบฟื้นฟูสำหรับ คนละครึ่งเฟส 2 “สุพัฒนพงษ์” มั่นใจไตรมาส 4 ดีต่อเนื่อง ด้าน “สศค.-กสิกร-ซีไอเอ็มบี-ทีเอ็มบี” เล็งปรับจีดีพีติดลบน้อยลง
  • ศบค.ชุดเล็ก เคาะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยิงยาวจนพ้นปีใหม่ รวม 45 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เหตุจะมีการแห่เดินทางมากช่วงวันหยุดยาว แต่เบรกข้อเสนอลดระยะเวลากักตัวเหลือ 10 วัน หวั่นคุมโควิด-19 ไม่อยู่ เตรียมชง ศบค.ชุดใหญ่เคาะ 18 พ.ย.นี้
  • ธปท.รับปล่อยกู้ซอฟท์โลนอืด จ่อทบทวนเกณฑ์ใหม่ภายในปีนี้ หนุนแบงก์ปล่อยกู้เพิ่ม เผยแนวโน้มกำไร “แบงก์พาณิชย์” หดหลังดอกเบี้ยลด สำรองหนี้เสียเพิ่ม สวนทางสินเชื่อรวมยังโตต่อปีนี้คาด 3-5% โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ-รายย่อยยังขยายตัวดี
  • นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบตามมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) นำร่องโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากมีเป้าหมาย 150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเชื้อเพลิงจากชีวมวล 75 เมกะวัตต์ มวลมีปริมาณไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 6 เมกะวัตต์ต่อโครงการ และก๊าซชีวภาพ 75 เมกะวัตต์ ไม่เกิน 3 เมกะวัตต์ต่อโครงการ

หุ้นเด่นวันนี้

  • CENTEL (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ”เป้า 29 บาท เป็นหุ้นที่ประโยชน์จากพัฒนาการเชิงบวกของวัคซีนโควิด-19 โดยตรง และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (D/E Ratio 0.9 เท่า) เพียงพอสำหรับรอการผลิตเชิงพาณิชย์ในปีหน้า รวมถึงโอกาสปิดดีล M&A ในปีนี้ แม้จะปรับลดประมาณการขาดทุนปกติปี 63-64 ลงเหลือ 1,994 ลบ.และ 471 ลบ. ตามลำดับสะท้อนค่าใช้จ่ายพิเศษจาก TFRS16 ซึ่งเกิดขึ้นใน Q3/63 แต่ประเมินแนวโน้ม Q4/63 จะขาดทุนลดลงจากทั้งฝั่งธุรกิจโรงแรมและอาหาร
  • MINT (กรุงศรี) “ซื้อเก็งกำไร”เป้าสูงสุด IAA Consensus 30 บาท ได้ sentiment บวกโดยตรง จากข่าว Moderna แจ้งผลทดลองวัคซีนออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่เมื่อคืนราคาหุ้น NH Hotel บริษัทลูกในยุโรปปรับขึ้นแรงราว 16%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 พ.ย. 63)

Tags: , , , ,
Back to Top