โบรกฯเชียร์ ซื้อ TU คาดผลงาน Q2/64 ฟื้นหลังหลายประเทศทยอยเปิดเมือง

โบรกเกอร์ต่างเชียร์”ซื้อ”หุ้นบมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) แนวโน้มผลงานไตรมาส 2/64 มีทิศทางฟื้นตัว หลังหลายประเทศต่างทยอยเปิดเมือง โดยเฉพาะในสหรัฐฯและยุโรปที่มีการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวโน้มการบริโภคทยอยกลับมาเพิ่มขึ้น และช่วยหนุนให้ธุรกิจจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งกลับมาฟื้นตัว อีกทั้งในช่วงไตรมาส 2/64 ยังเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ

ขณะที่ธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทยังคงรับแรงกดดันจากผลขาดทุนที่เข้ามาอยู่ แต่ในช่วงไตรมาส 2/64 หลังสหรัฐฯกลับมาเปิดเมือง ทำให้คนกลับมาทานอาหารในร้านอาหารมากขึ้น ซึ่งจะหนุนให้ธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ให้มีผลขาดทุนลดลง แต่ก็ยังมีแนวโน้มที่จะขาดทุนอยู่ในปี 64

หุ้น TU ปิดเช้าที่ 15.10 บาท ลดลง 0.10 บาท (-0.66%) ขณะที่ดัชนี SET ปิดเช้าลบ 3.37 จุด

โบรกเกอร์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
คันทรี่ กรุ๊ปซื้อ18.60
ดีบีเอส วิคเคอร์สซื้อ17.40
ทิสโก้ซื้อ19.00
ทรีนีตี้ซื้อ18.40
ยูโอบี เคย์เฮียนซื้อ17.00
เอเซีย พลัสซื้อ20.00

นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส คาดผลงานของ TU ในช่วงไตรมาส 2/64 จะกลับมาฟื้นหลังจากในช่วงไตรมาส 1/64 ผ่านช่วง Low season ไปแล้วในไตรมาส 1/64 และการที่สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในสหรัฐฯและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของ TU เริ่มคลี่คลายลง หลังจากมีการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้การทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในสหรัฐฯและยุโรปกลับมาเพิ่มมากขึ้น และทิศทางเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การบริโภคในสหรัฐฯและยุโรปฟื้นกลับมาได้เร็ว หนุนต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ

ทั้งนี้ ประเมินว่าในไตรมาส 2/64 ธุรกิจส่งออกกุ้งและทูน่าจะเป็นปัจจัยหนุนหลักให้กับภาพรวมการฟื้นตัวกลับมาของ TU และตลอดทั้งปี 64 ซึ่งการรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ในช่วงไตรมาส 2/64 จะเริ่มลดลงต่อเนื่อง หลังจากการควบคุมโควิด-19 และการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทำได้ดีมาก ทำให้คนเริ่มกลับเข้ามาทานอาหารในร้านอาหารมากขึ้น อีกทั้งแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะช่วยส่งผลบวกต่อภาพรวมของผลการดำเนินของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 2/64

ด้านนายเดชธนา ฟางสะอาด ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์รายย่อย บล.คันทรี่ กรุ๊ป มองทิศทางผลงานของ TU ในช่วงไตรมาส 2/64 จะเห็นการเติบโตมากขึ้นจากไตรมาส 1/64 โดยที่แนวโน้มของยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารแช่แข็งจะกลับมาดีขึ้น จากการที่หลาย ๆ ประเทศในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ได้เริ่มกลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง หลังจากการติดเชื้อโควิด-19 ชะลอตัว และมีการฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น และทิศทางของราคาต้นทุนปลาทูน่าที่ค่อย ๆ ขยับเพิ่มขึ้น จะทำให้บริษัทมีโอกาสปรับราคาขายได้มากขึ้น ช่วยหนุนผลงานในช่วงไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ร้านอาหาร Red Lobster ในสหรัฐฯคาดว่าจะมีผลขาดทุนเข้ามาลดลง หลังจากที่สหรัฐฯเริ่มเปิดเมืองได้เต็มที่มากขึ้น ทำให้คนกลับมาทานอาหารในร้านอาหารมากขึ้น ส่งผลบวกต่อภาพรวมของผลการดำเนินของ TU ให้สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่

สำหรับนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองผลงานของ TU ในช่วงไตรมาส 2/64 ได้รับอานิสงส์บวกจากการบริโภคในต่างประเทศที่เริ่มกลับมา โดยเฉพาะในสหรัฐฯและยุโรป ที่มีการเร่งฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศ และการติดเชื้อโควิด-19 ค่อย ๆ ปรับตัวลดลง และเริ่มกลับมาเปิดเมือง ซึ่งมองว่าจะทำให้การขายอาหารทะเลแช่แข็งกลับมาเพิ่มมากขึ้น และในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ในสหรัฐฯคาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาทานอาหารในร้านมากขึ้น ทำให้ผลขาดทุนจาก Red Lobster ลดลงมาได้ค่อนข้างมากในช่วงไตรมาส 2/64 จากการกลับมาเปิดเมืองของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ในปี 64 มองว่าภาพรวมผลการดำเนินงานของ TU อาจจะยังไม่ได้กลับมาฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด เพราะเพิ่งเป็นช่วงที่ต่างประเทศเริ่มทยอยเปิดเมือง และไม่ได้เปิดพร้อมกันทุกประเทศ ทำให้การบริโภคต่าง ๆ จะเป็นลักษณะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น โดยที่แนวโน้มยอดขายในปี 64 คาดว่าจะเติบโตได้ 3-5% จากปีก่อน แต่ในส่วนของกำไรคาดว่าจะยังทรงตัวจากปีก่อน เพราะยังมีผลขาดทุนจากธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ในสหรัฐฯที่ยังคงกดดันอยู่ แต่ยังมองว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจที่อิงกับการฟื้นตัวของการบริโภคหลังจากโควิด-19 ค่อย ๆ คลี่คลายลง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 เม.ย. 64)

Tags: , , , , , , , , , , , ,
Back to Top