OSP มั่นใจรายได้ Q2/64 ฟื้นโตรับหน้าร้อน-เมียนมาดีขึ้น,จับมือ”ยันฮี”ลุยกัญชงกัญชา

นางจิตอาภา อัมราลิขิต หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ทางการเงิน บมจ.โอสถสภา (OSP) มั่นใจผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 จะสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากในช่วงฤดูร้อนยอดขายเครื่องดื่มจะเติบโต และยอดขายในประเทศเมียนมาที่เริ่มฟื้นตัวหลังเหตุการณ์การรัฐประหารพร้อมกับมีทีมบริหารที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการควบคุมต้นทุนแบบ Fit Fast Firm ที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่หลายชนิดเพื่อขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์เทรนด์ในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โควิดระลอกใหม่นี้ต่อไป

สำหรับการออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดใหม่ ได้แก่ M-150 ZA carbonated energy drink และ LIPO Fine for women ซึ่งเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลังสำหรับลูกค้ากลุ่มผู้หญิงและมีน้ำตาล 0% ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ C-Vitt Big Pack ขนาดใหม่ 1 ลิตร และ ผลิตภัณฑ์ C-Vitt Plus คอลลาเจนและไฟเบอร์สำหรับเทรนด์ความงามอีกด้วย

ส่วนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย (Personal Care) มีผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Babi Mild Ultra Mild Relaxing Lavender และ Mild Kids toothpaste ซึ่งเป็นยาสีฟันสำหรับเด็ก โดยหลอดยาสีฟันเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และ Botan herbal fresh toothpaste ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น

ในส่วนของความร่วมมือทางธุรกิจกับโรงพยาบาลยันฮี ปัจจุบันได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาและกัญชง โดยโรงพยาบาลยันฮีมีจุดแข็งคือการมีศูนย์รักษาโรคด้วยกัญชาอยู่แล้ว ทำให้มีความพร้อมด้านความรู้และวัตถุดิบสำหรับการศึกษาและพัฒนา

และยังมีการร่วมมือกับ Kerry Express ซึ่งมีเครือข่ายที่กว้างขวางทั่วประเทศ เพิ่มช่องทางจำหน่ายเครื่องดื่ม M-150 และ C-Vitt รวมไปถึงการผนึกกำลังระหว่าง M-150 และ ปูนตราเสือ ออกแคมเปญ “ฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย” เจาะกลุ่มช่างก่อสร้างและผู้รับเหมา

ขณะที่บริษัทได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัท อินโนเวชั่น ออฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (IEX) เพื่อการพัฒนาเรื่องของ Digital marketing และ Social listening เพื่อเป็นการต่อยอดในธุรกิจดิจิตัลในอนาคตอีกด้วย

นางจิตอาภา กล่าวอีกว่า บริษัทมีกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างยั่งยืนทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่

  • 1) การเติบโตร่วมกันกับพันธมิตรตาม Supply chain ในเรื่องคุณภาพและนวัตกรรม
  • 2) การสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่ผู้บริโภค พนักงาน และชุมชน
  • 3) การปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยการปฏิบัติงานเชิงนิเวศที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบจากการใช้บรรจุภัณฑ์

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/64 บริษัททำยอดขายแตะนิวไฮที่ 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 1,004 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 926 ล้านบาท เนื่องจากมีการควบคุมต้นทุนแบบ Fit Fast Firm ที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ส่งผลให้ยอดขายทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 พ.ค. 64)

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
Back to Top