บลจ.กรุงศรี ออกกองทุนตราสารหนี้ไฮยิลด์เอเชีย ขาย IPO 18-24 พ.ค.

นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัวกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนไฮยิลด์บอนด์-สะสมมูลค่า (KFAHYBON-A) ศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสู้ดอกเบี้ยต่ำที่มาพร้อมโอกาสเติบโตไปกับการฟื้นตัวของเอเชีย ลงทุนในกองทุนหลักที่ได้รับมอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18-24 พ.ค. 64

ปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวเกิดขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในปี 2021จะเติบโตอยู่ที่ 8.7% ขณะที่การเติบโตของประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ 4.9% ประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่ 3.5% (ที่มา:JPM, EM Strategy and Outlook,Blackrock ณ ม.ค. 64) ส่งผลให้การลงทุนใน Asian High Yield มีความน่าสนใจจากศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้ทั่วไปรวมถึงตราสารหนี้ High Yield ของภูมิภาคอื่น นอกจากนี้ระดับราคาปัจจุบันยังมีความน่าสนใจบนประวัติความผันผวนที่น้อยกว่าหุ้น

รวมทั้ง ตราสารหนี้ High Yield เป็นตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าตราสารหนี้ระดับ Investment grade จึงมักมีการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าและราคาของตราสารก็มีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นจากภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว

การลงทุนใน Asian High Yield จึงช่วยกระจายความเสี่ยงจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยได้เป็นอย่างดี เพราะตราสารหนี้ High yield มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตไปพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชีย และหากพิจารณาเรื่องอัตราการผิดนัดชำระหนี้ เมื่อเปรียบเทียบดูแล้วจะเห็นว่าตราสารหนี้ High Yield ของเอเชียมีอัตราผิดชำระหนี้ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ

จากความน่าสนใจดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่มาของกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนไฮยิลด์บอนด์-สะสมมูลค่า (KFAHYBON-A) ที่ลงทุนในกองทุนหลักคือ BGF Asian High Yield Bond Fund

จุดเด่นของกองทุนหลักคือ พอร์ตการลงทุนหลักมีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดระดับสูง ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกในหลักทรัพย์ที่ราคามีโอกาสเติบโต กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ มีการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนรายอุตสาหกรรมและรายประเทศ โดยสัดส่วนการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน จากภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่ชัดเจนกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาคและกองทุนหลักมีมุมมองเชิงบวกต่ออสังหาริมทรัพย์ของจีน จากปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ผู้จัดการกองทุนยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องของกองทุน โดยมีการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างรวดเร็วให้ทันสถานการณ์ มีการเพิ่มระดับเงินสด และลด Credit beta ในช่วงที่สภาพตลาดมีความท้าทาย มีประสบการณ์ในการบริหารกลยุทธ์ Asian High Yield มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2552 (ที่มา :BlackRock ณ 31 มี.ค. 64)

“บลจ.กรุงศรี เชื่อว่ากองทุน KFAHYBON-A จะมีส่วนช่วยให้ผลตอบแทนรวมของพอร์ตการลงทุนมีโอกาสเติบโตมากขึ้นในยุคดอกเบี้ยต่ำรวมทั้งลดความผันผวนของพอร์ตที่มีน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเป็นสัดส่วนที่สูงด้วย”

นางสุภาพร กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 64)

Tags: , , ,
Back to Top