SCBX รุกลงทุน 3 รูปแบบ มุ่งสร้างธุรกิจใหม่สู่เทคโนโลยีการเงินและแพลตฟอร์ม

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา หลังการประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 64 และได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อปลายปี 64 ที่ผ่านมา

ภายใต้ยุทธศาสตร์ยานแม่ “กลุ่มเอสซีบี เอกซ์” (SCBX) มีความเคลื่อนไหวที่สะท้อนแนวทางการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีการเงินและแพลตฟอร์มออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวบริษัทลูกใหม่ ๆ เช่น AISCB, SCB TechX, Alpha X เป็นต้น รวมถึงการขับเคลื่อนผ่านรูปแบบการลงทุน อาทิ การจัดตั้งกองทุนร่วมทุน หรือ Venture Capital ที่มุ่งเน้นการลงทุนใน Disruptive Technology ด้านบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยีด้านการเงิน และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงทั่วโลก

โดยที่ยุทธศาสตร์องค์กรครั้งสำคัญกับการสร้าง “ยานแม่” ของกลุ่ม สิ่งที่ “SCBX” ได้ขับเคลื่อนแสวงหาโอกาสใหม่กับธุรกิจที่มีผลกำไรสูง และมีอนาคต ด้วยการลงทุนใน 3 รูปแบบ ได้แก่

1. บริษัทที่ SCBX จัดตั้งขึ้นมาเองเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจการเงินส่วนบุคคลและสินเชื่อ โดยการจัดธุรกิจที่มีการเติบโตสูง เช่น Auto X เพื่อทำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ และ Card X เพื่อดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล

2. บริษัทใหม่หรือธุรกิจใหม่ที่เกิดจากการลงทุนของบริษัทในเครือ เช่น SCB 10X ที่จัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Robinhood แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย และ Token X ให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจโทเคนดิจิทัลแบบครบวงจร

3. SCBX ร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ เช่น AISCB บริษัทร่วมทุนกับเอไอเอส เพื่อให้บริการด้านการเงินดิจิทัล Alpha X บริษัทร่วมทุนกับกลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) เพื่อให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ รองรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียม-ลักชัวรี่ และ SCB TechX บริษัทร่วมทุนกับปับลิซีส เซเปียนท์ เพื่อให้บริการธุรกิจในรูปแบบพัฒนาระบบดิจิทัลเทคโนโลยี และธุรกิจด้านแพลตฟอร์ม เป็นต้น

การลงทุนทั้ง 3 รูปแบบจะโฟกัสที่เทคโนโลยีการเงิน แพลตฟอร์ม และสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นหลัก รวมถึงธุรกิจใหม่ที่มีอนาคตภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับทางการ โดยไม่ได้จำกัดตัวเองว่าจะต้องเป็นธุรกิจที่อยู่ในประเทศไทยหรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น เพราะโลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคนี้ทำให้มีลูกค้าเป้าหมายของกลุ่มไทยพาณิชย์กระจายอยู่ทั่วโลก

โดยแผนการขยายตัวไปยังธุรกิจใหม่ๆอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 5 เดือนที่ผ่านมานั้น SCBX ยังทำหน้าที่เป็น “ยานแม่” ที่ดูแลการทำ Business Development และการทำ Merger an Acquisition ของกลุ่ม พร้อมดำเนินการคู่ขนานไปควบคู่กับกระบวนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มไทยพาณิชย์ โดยกระบวนการถัดไป ผู้ถือหุ้นทุกรายจะสามารถทำการแลกหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นหุ้นของบริษัท SCBX ได้ และภายหลังการแลกหุ้นดังกล่าว หุ้นของบริษัท SCBX จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน เพื่อเป็นการมุ่งเน้นธุรกิจที่มีการเติบโตสูง และตอบรับโลกแห่งอนาคต มุ่งสู่การเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นบริษัทที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านบาท และฐานลูกค้ากว่า 200 ล้านคน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 65)

Tags: , , ,
Back to Top