หุ้นไทยปิดลบ 2.41 จุดแกว่งแคบ กังวลศก.โลกชะลอจากดอกเบี้ยขาขึ้น-แรงขายกลุ่มน้ำมัน

SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,557.61 จุด ลดลง 2.41 จุด (-0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 63,892.96 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวแคบบวกสลับลบ รับความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยหวังสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันร่วงจึงมีแรงขายกลุ่มน้ำมันกดดันตลาด แนวโน้มพรุ่งนี้อาจรีบาวด์เพื่อปรับตัวลงต่อหลังสถานการณ์ 6 เดือนข้างหน้าไม่สดใส มีแรงกดดันจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ โดยให้แนวรับที่ 1,550 และ 1,544 จุด แนวต้านให้ไว้ที่ 1,565 และ 1,576 จุด

  • ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,557.61 จุด ลดลง 2.41 จุด (-0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 63,892.96 ล้านบาท
  • การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบสลีบแดนบวกและแดนลบ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,565.53 จุด และระดับต่ำสุด 1,555.52 จุด
  • ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 594 หลักทรัพย์ ลดลง 935 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 602 หลักทรัพย์

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์-รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวแคบๆในแดนบวกและแดนลบ เพราะตลาดรับแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากการขึ้นดอกเบี้ยที่มาจากเงินเฟ้อสูง และทำให้กังวลเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย และราคาน้ำมันร่วงมีแรงขายหุ้นกลุ่มน้ำมันออกมากดดันตลาดอีกด้วย

ส่วนที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)กล่าวต่อสภาคองเกรสเมื่อวานก็เป็นสิ่งที่ตลาดรู้อยู่แล้วว่าเฟดมุ่งมั่นจะสกัดเงินเฟ้อซึ่งจะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 2% โดยในไตรมาส 3/65 เงินเฟ้อน่าจะพีคซึ่งขึ้นกับราคาพลังงาน และปีที่แล้วมีฐานต่ำ

ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี 65 จนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวลงไป 6% เทียบกับตลาดเอเชียเหนือ เช่นญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ตลาดหุ้นปรับลงเฉลี่ย 10% ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปรับขึ้น 6% สิงคโปร์ ลบ 0.8% เวียดนาม ลง 21% มาเลเซีย ลดลง 8.7% แต่หากเทียบกับตลาดหุ้นยุโรป ปรับลงเฉลี่ย 20% ตลาดหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 15% S&P500 ลบ 21% และ Nasdaq ลดลง 30%

สำหรับแนวโน้มการลงทุนพรุ่งนี้ อาจมีรีบาวด์เพื่อปรับฐานลงต่อ เพราะมองสถานการณ์ข้างหน้า 6 เดือน ยังมีปัจจัยลบรออยู่ ได้แก่ ดอกเบี้ยยังเป็นขาขึ้น ซัพพลายเชนมีปัญหา เศรษฐกิจชะลอตัว และแนะให้ติดตามนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร (23 มิ.ย.)ว่าจะส่ง Message อะไร

ให้แนวรับที่ 1,550 และ 1,544 จุด แนวต้านให้ไว้ที่ 1,565 และ 1,576 จุด

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

JASIF มูลค่าการซื้อขาย 3,799.15 ล้านบาท ปิดที่ 9.25 บาท ลดลง 1.05 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,256.66 ล้านบาท ปิดที่ 154.00 บาท ลดลง 4.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,161.54 ล้านบาท ปิดที่ 33.25 บาท ลดลง 0.50 บาท

BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,537.90 ล้านบาท ปิดที่ 12.40 บาท ลดลง 0.30 บาท

AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,152.41 ล้านบาท ปิดที่ 69.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 65)

Tags: ,
Back to Top