SCGP ฝ่าความท้าทายปี 66 วางเป้ารายได้โตแตะ 1.6 แสนล้าน ทุ่ม 1.8 หมื่นล้านทำ M&P-ขยายการผลิต

บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ตั้งเป้ารายได้ปี 66 เติบโต 18% มาที่ 1.6 แสนล้านบาท จากปีก่อน 1.46 แสนล้านบาท จาก 5 กลยุทธ์หลัก ลุย M&P ต่อเนื่อง-พัฒนานวัตกรรม-ยกระดับ Supply chain-บริหารความเสี่ยง-ขับเคลื่อน ESG พร้อมวางงบลงทุนทั้งปีกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท แบ่ง 50% รอปิดดีล M&P อย่างน้อย 2 ดีล ส่วนงบที่เหลือใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

SGCP แถลงแผนงานปี 66 หลังจากแจ้งผลประกอบการปี 65 กำไร 5.8 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 8.29 พันล้านบาท

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCGP กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไตรมาสแรกของปี 66 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากจะได้รับปัจจัยบวกจากการที่จีนเริ่มเปิดประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การนำเข้าและส่งออก ตลอดจนห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่กลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันยังคงมีความท้าทายจากเศรษฐกิจทั่วโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อซึ่งอยู่ในระดับสูง และการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความสามารถในการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงในหลายภูมิภาค เช่น กลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของภาคธุรกิจการส่งออกของอาเซียน

กลยุทธ์สำคัญในปีนี้ คือ การสร้างการเติบโตจากการ M&P ขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และมองโอกาสขยายสู่ธุรกิจอื่นที่มีศักยภาพสูง เน้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร 4-5 ราย คาดว่าจะสามารถปิดดีล M&P อย่างน้อย 1 ดีลได้ช่วงครึ่งปีแรก และคาดว่าทั้งปีจะสรุปการเจรจาได้ไม่น้อยกว่า 2 ดีล

ขณะที่บริษัทจะพัฒนานวัตกรรมและโซลูชั่นด้านบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยการร่วมมือกับลูกค้า เพื่อเพิ่มคุณค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ด้วยงบประมาณและค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา 800 ล้านบาท

และ ยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานของทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain integration) การดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Operational excellence) ด้วยการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในการวิเคราะห์ คาดการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตและผลิตผล และการใช้ Data Analytics เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านข้อมูลตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (End-to-End)

รวมทั้งวางแผนบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน การวางแผนบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ภาวะดอกเบี้ยยังเป็นขาขึ้น การบริหารจัดการเงินสด และงบประมาณการลงทุน (CAPEX) อีกทั้งยังมีการกระจายฐานลูกค้าหลากหลายประเทศและกลุ่มอุตสาหกรรม การมองหาตลาดใหม่ในแถบตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกาใต้

ส่วนกลยุทธ์สุดท้ายคือ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด ESG 4 Plus โดยมีเป้าหมายและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ทั้งหมด 100% จากปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตทั้งหมดในปี 68 พร้อมทั้งการดำเนินงานตามแผนงานเพื่อที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 93

นายวิชาญ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทวางงบลงทุนรวม 18,000 ล้านบาท แบ่งรองรับ M&P ราว 9,000 ล้านบาท และที่เหลืออีก 9,000 ล้านบาท จะใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ESG และพัฒนานวัตกรรม รวมถึงขยายกำลังการผลิต โดยบริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ล็อตใหม่คาดชัดเจนได้ในไตรมาส 2/66 จากก่อนหน้านี้เพิ่งออกไป 15,000 ล้านบาทเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ด้านแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทย ได้เริ่มก่อสร้างคลังสินค้าบรรจุภัณฑ์เยื่อและกระดาษ กำลังการผลิต 75,000 ตัน/ปี คาดเดินเครื่องไตรมาส 1/67 และเตรียมแผนขยายกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนคาดเริ่มผลิตได้ไตรมาส 4/66 ส่วนการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในเวียดนาม กำลังการผลิต 370,000 ตัน/ปี อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเตรียมที่ดิน คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 68 และยังได้เริ่มก่อสร้างโรงงานรีไซเคิลกระดาษ กำลังการผลิต 1 ล้านตัน/ปี ใกล้กลับ Rotterdam port เริ่มผลิตในไตรมาส 4/66

ทั้งนี้ SCGP ได้กำหนดแผนลงทุนระยะ 5 ปี (64-68) ด้วยวงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้ 200,000 ล้านบาทในปี 68 โดยในปี 64-65 จะใช้เงินลงทุนรวม 37,000 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนและขยายกำลังการผลิตธุรกิจที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโต ทำให้สามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนสูงท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจท้าทาย สะท้อนถึงโมเดลธุรกิจและทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม และสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างชัดเจน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ม.ค. 66)

Tags: , , ,
Back to Top