ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก วิกฤตเวเนซุเอลาหนุนหุ้นยุทโธปกรณ์พุ่งต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (6 ม.ค.) โดยหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์พุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากสหรัฐอเมริกาใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเวเนซุเอลา และจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร ผู้นำประเทศ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 52,191.58 จุด เพิ่มขึ้น 358.78 จุด หรือ +0.69%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,815.75 จุด เพิ่มขึ้น 468.51 จุด หรือ +1.78% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,069.38 จุด เพิ่มขึ้น 45.96 จุด หรือ +1.14%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดีดตัวขึ้น 0.23% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับตัวลง 0.43%

หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา โดยได้เข้าจับกุมตัวปธน.มาดูโร และซิเลีย ฟลอเรส ผู้เป็นภริยา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าการเปลี่ยนผ่านอำนาจจะเป็นไปอย่างราบรื่น

ทั้งนี้ หุ้นบริษัทยุทโธปกรณ์รายใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง Kawasaki Heavy Industries พุ่งขึ้น 3.53% และหุ้น IHI พุ่งขึ้น 3.23% ส่วนหุ้นบริษัทยุทโธปกรณ์ของเกาหลีใต้นั้น หุ้น Korea Aerospace ทะยานขึ้น 11%, หุ้น Poongsan เพิ่มขึ้นกว่า 6% และหุ้น Hanwha Aerospace ปรับตัวขึ้น 0.59%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (9 ม.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปี 2569 ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ม.ค. 69)