
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคาร (13 ม.ค.) ว่า เขาเชื่อว่าจีนมีแนวโน้มจะเปิดตลาดให้สินค้าจากสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า เขายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แม้ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าทีดังกล่าว
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตึงเครียดมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากประเด็นสำคัญหลายด้าน ทั้งภาษีการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน ที่มาของการระบาดของโรคโควิด-19 ความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงนโยบายต่อไต้หวัน ฮ่องกง และสงครามของรัสเซียในยูเครน
เมื่อวันจันทร์ (12 ม.ค.) ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25% กับประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งอาจจุดชนวนความตึงเครียดกับจีนอีกครั้ง เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน
จีนออกมาประณามคำขู่ดังกล่าว ขณะที่ทรัมป์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจัดเก็บภาษีกับประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน ซึ่งอิหร่านกำลังเผชิญการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กำลังพิจารณาท่าทีของสหรัฐฯ ต่อสถานการณ์ในอิหร่าน ซึ่งเมื่อปี 2568 อิหร่านทำสงครามนาน 12 วันกับอิสราเอล พันธมิตรของสหรัฐฯ และในเดือนมิ.ย. ปีที่ผ่านมา สถานที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังถูกกองทัพสหรัฐฯ โจมตีด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ม.ค. 69)





