Binance อาจคืนสังเวียนคริปโทฯ สหรัฐฯ ช่วยดันการแข่งขัน-ลดต้นทุน

แบรด การ์ลิงเฮาส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของริปเปิล (Ripple) บริษัทฟินเทคจากสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่า ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มการแข่งขันและส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวม

การ์ลิงเฮาส์กล่าวในงานของ CNBC ที่เมืองดาวอส เมื่อวันอังคาร (20 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ เป็นตลาดขนาดใหญ่มาก และในอดีตไบแนนซ์เคยมีบทบาทสำคัญในตลาดแห่งนี้มาแล้ว จึงมองว่าการกลับเข้ามาดำเนินธุรกิจอีกครั้งมีความเป็นไปได้สูง

เขายังระบุว่า ไบแนนซ์เป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยระบบทุนนิยมและนวัตกรรม มุ่งขยายการเติบโตในตลาดขนาดใหญ่ ทำให้มีเหตุผลรองรับว่าบริษัทจะหวนคืนสู่ตลาดสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ ไบแนนซ์ถอนตัวออกจากตลาดสหรัฐฯ ในปี 2566 หลังบรรลุข้อตกลงยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ มูลค่า 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงการที่ฉางเผิง จ้าว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในขณะนั้น รับสารภาพในข้อหาอาญาที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวในการป้องกันการฟอกเงิน

ก่อนหน้านี้ในงานเดียวกันที่ดาวอสนั้น ริชาร์ด เติ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของไบแนนซ์ระบุว่า สหรัฐฯ เป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริษัท แต่ขณะนี้ยังเลือกใช้แนวทางรอดูสถานการณ์ ก่อนตัดสินใจกลับเข้าไปดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ อีกครั้ง

ด้านการ์ลิงเฮาส์มองว่า หากไบแนนซ์กลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มระดับการแข่งขันและดึงดูดผู้มีส่วนร่วมในตลาดให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม โดยเฉพาะการช่วยกดระดับราคา เนื่องจากค่าธรรมเนียมและราคาซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีของไบแนนซ์ในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำกว่าของตลาดสหรัฐฯ ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ รายงานของบลูมเบิร์กเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ไบแนนซ์กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ อีกครั้ง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 69)